|
เขียนโดย Administrator
|
|
Monday, 08 February 2010 |
ยานขนส่งอวกาศเอนเดฟเวอร์ พร้อมนักบินอวกาศ 6 นาย ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเวลา 04.14 น. วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 16.14 น. ตามเวลาในไทย ซึ่งจะเป็นความพยายามที่จะส่งกระสวยอวกาศเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรกถูกยกเลิกเมื่อวันอาทิตย์ เพราะท้องฟ้ามีเมฆมากเหนือฐานปล่อยที่แหลมคานาเวอรัล ภารกิจของยานเอนเดฟเวอร์ครั้งนี้ คือ นำส่วนประกอบที่มีชื่อว่า “Tranquility module” หรือ Node 3 น้ำหนัก 18 ตัน ความยาว 7 เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 เมตร ขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศนานาชาติ ส่วนประกอบชิ้นนี้เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จจะมีหลังคาทรงโดมที่ประกอบด้วย หน้าต่างหลายบาน ทำให้นักบินอวกาศสามารถมองเห็นโลก วัตถุในอวกาศ และยานอวกาศที่เดินทางมาถึงสถานีอวกาศนานาชาติได้ในมุมกว้าง ภายในประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตในอวกาศ เช่น เครื่องกำเนิดออกซิเจน และระบบการนำน้ำมาใช้หมุนเวียน ทั้งนี้ คาดว่าการติดตั้งจะใช้นักบินอวกาศ 2 นาย ออกไปปฏิบัติหน้าที่ในห้วงอวกาศ 3 ครั้ง ครั้งละ 6.5 ชั่วโมง หากการติดตั้งแล้วเสร็จจะทำให้สถานีอวกาศนานานาชาติเสร็จสมบูรณ์ 90%
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Monday, 08 February 2010 |
|
 . สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจทำให้นาซาต้องเลื่อนปล่อยกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ขึ้นสู่วงโคจร เจ้าหน้าที่นาซาติดตั้งกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ที่ฐานปล่อย 10 นาที ก่อนถึงเวลานับถอยหลังปล่อยยาน แต่เมฆหนาจัดที่ปกคลุมท้องฟ้าเหนือศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ทำให้ต้องเลื่อนการปล่อยกระสวยอวกาศออกไปเป็นเวลา 16.14 น. ของวันนี้ ตามเวลาในไทย ซึ่งคาดว่าสภาพอากาศน่าจะดีขึ้น ขณะที่สภาพทั่วไปของกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์สมบูรณ์ไม่ประสบปัญหาขัดข้องใด ๆ กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์จะถูกส่งขึ้นไปปฏิบัติภารกิจนาน 13 วัน เพื่อติดตั้งส่วนเชื่อมต่อและจุดสังเกตการณ์บนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งจะทำให้การต่อเติมต่าง ๆ บนสถานีอวกาศนานาชาติใกล้แล้วเสร็จไปถึง 98%
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Monday, 01 February 2010 |
|
ประเทศเอเชีย-แปซิฟิกผนึกกำลังใช้เทคโนโลยี อวกาศ รับมือภัยพิบัติธรรมชาติ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเผยเทคโนโลยีอวกาศของประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย-แปซิฟิก เปิดฉากการประชุม เครือข่ายองค์กรเทคโนโลยีทางอวกาศเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Regional Space Agency Forum) หรือ APRSAF ครั้งที่ 16 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ม.ค.53 ณ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ มีตัวแทน 300 คนจาก 35 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเข้าร่วม อาทิ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย บรูไน เป็นต้น โดยการประชุมได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.53 และจัดถึงวันที่ 29 ม.ค.53
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Saturday, 30 January 2010 |
|
ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศและนักดาราศาสตร์ติงว่า การส่งข้อความออกไปยังห้วงอวกาศ เพื่อหวังติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว เป็นสิ่งที่เสียเวลาและอาจทำให้ชาวโลกเป็นอันตราย
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซา กระจายเสียงเพลง “อะครอส เดอะ ยูนิเวิร์ส” ของศิลปินเดอะ บีทเทิลส์ ไปในห้วงอวกาศเมื่อปี 2552 เพื่อส่งข้อความแห่งสันติภาพไปยังมนุษย์ต่างดาวที่อาจอาศัยอยู่ในดาวเหนือ โดยเพลงดังกล่าวจะเดินทางถึงในปี 2982 เป็นหนึ่งในความพยายามของชาวโลกที่อยากพบกับมนุษย์ต่างดาว หรืออีที ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งตั้งคำถามว่า ใครมีสิทธิ์ทำหน้าที่ผู้นำโลกหากมีการติดต่อกลับมา หรือการส่งข้อความที่แสดงออกถึงการมีอยู่ของชาวโลกออกไปยังห้วงอวกาศ อาจเป็นการแสดงท่าทีรุกรานต่อสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือไม่
ศ.เกียรติคุณ อัลเบิร์ต แฮร์ริสัน แห่งภาคจิตวิทยาสังคม ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐ เปิดเผยว่า มีการส่งภาพคนดัง นักการเมือง โฆษณาขนม จดหมายรักถึงนักร้องเพลงร็อก หรือของจิปาถะอื่นๆ ไปนอกโลก การเรียกร้องความสนใจเหล่านี้ต้องกระทำอย่างระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าสิ่ง ที่ส่งออกไปจะถูกตีความอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
ความต้องการติดต่อกับ สิ่งมีชีวิตนอกโลกมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยสหรัฐส่งยานไพโอเนียร์ 10 และ 11 ขึ้นสู่ห้วงอวกาศในปี 2515 และ 2516 และปล่อยยานวอยเอเจอร์ 1 และ 2 ในปี 2520 อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครทราบว่า มีสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกโลกที่ได้พบเห็นยานเหล่านั้น หรือมนุษย์โลกจะได้รับข้อความตอบกลับหรือไม่ และตลอด 50 ปีที่ผ่านมา บรรดาผู้คลั่งไคล้ในเรื่องมนุษย์ต่างดาว เฝ้าฟังสัญญาณจากนอกโลกที่จะบ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ต่างดาว ซึ่งความสนใจเหล่านั้นทำให้เกิดกิจกรรมการค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจาก ต่างดาวหรือเซติ (SETI) เพื่อยกระดับการค้นหาจากรูปแบบที่เฝ้ารอการตอบกลับเพียงด้านเดียวสู่การค้น หาอย่างกระตือรือร้น โดยส่งสัญญาณไปยังดวงดาวหรือดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาล เพื่อหวังว่าจะได้พบกับมนุษย์ต่างดาวในที่สุด
นายมัลคอล์ม ฟรีดลุนด์ นักดาราศาสตร์แห่งองค์การอวกาศยุโรป หรืออีเอสเอ เผยว่า ในขณะนี้ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลกทุกชนิด และว่า กิจกรรมเซติอาจเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ด้านบทบรรณาธิการของวารสารเนเจอร์เผยแพร่ในปี 2549 เผยว่า ความเสี่ยงเกี่ยวกับกิจกรรมเซติเป็นเรื่องจริง เพราะไม่ทราบแน่ชัดว่า สิ่งมีชีวิตนอกโลกทั้งหมดจะเป็นมิตร หรือการส่งข้อความดังกล่าว จะส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อชาวโลกหรือไม่.-สำนักข่าวไทย
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Saturday, 30 January 2010 )
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 1 - 5 จาก 204 |