|
เขียนโดย Administrator
|
|
เสาร์, 15 พฤศจิกายน 2008 |
ยานเอนเดฟเวอร์ทะยาน ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงามในยามค่ำคืนของแหลมคานาเวอรัล มลรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เมื่อเวลา 19.55 น. ของวันที่ 14 พ.ย. 2551 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ย. ของไทย (เอพี) สภาพอากาศเป็นใจ นาซาส่งเอนเดฟเวอร์สู่สถานีอวกาศสำเร็จ พร้อมลูกเรือ 7 นาย นำอุปกรณ์จำเป็นขึ้นไปติดตั้งเพิ่มเติมเพียบทั้งเตียงนอน ห้องครัว ห้องน้ำ เครื่องกลั่นฉี่เป็นน้ำดื่ม หวังขยายไอเอสเอสเป็น 2 เท่า เพื่อรองรับนักบินประจำการเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัว พร้อมฉลองครบ 10 ปี ไอเอสเอส วันที่ 20 พ.ย.นี้ องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ประสบความสำเร็จอย่างงดงานในการส่งกระสวยอวกาศเอเดฟเวอร์ (Endeavour) พร้อมด้วยลูกเรือ 7 นาย ขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือศูนย์อวกาศเคนเนดี้ (Kennedy Space Center) บริเวณแหลมคานาเวอรัล มลรัฐฟลอริดา เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) แล้วเมื่อเวลา 7.55 นาฬิกา ของวันที่ 15 พ.ย. 2551 ตามเวลาในประเทศไทย "มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเราต้องกลับไปปรับปรุงสถานีอวกาศกันใหม่ หลังจากที่ก่อตั้งมานานถึง 10 ปี" คริสโตเฟอร์ เฟอร์กูสัน (Christopher Ferguson) ผู้บังคับการบินบอกผ่านทางวิทยุก่อนออกเดินทาง พร้อมกับเพื่อนนักบินสหรัฐฯ อีก 6 นาย ได้แก่ เอริค โบ (Eric Boe), โดนัลด์ เพตติต (Donald Pettit), สตีฟ โบเวน (Steve Bowen), ไฮด์ สเตฟานีไชน์-ไปเปอร์ (Heide Stefanyshyn-Piper), แชน คิมโบร (Shane Kimbrough) และแซนดรา แมกนัส (Sandra Magnus) การส่งกระสวยอวกาศในยาม ค่ำคืนครั้งนี้ของนาซา สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเที่ยวบินอวกาศที่ออกเดินทางในยามค่ำคืนอีกครั้งหนึ่ง จากทั้งหมดที่ผ่านมารวม 4 ครั้งด้วยกัน โดยในครั้งนี้ราวกับว่าเป็นการแสดงอันตื่นเต้นสวยงาม ที่เริ่มด้วยการโผล่พ้นขอบฟ้าของดวงจันทร์ และตามด้วยการเคลื่อนตัวของยานเอนเดฟเวอร์ออกจากฐานปล่อยจรวด ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มีพระจันทร์ดวงโตเกือบเต็มดวงเป็นฉากหลังอันงดงาม หลังจากทะยานออกจากฐานปล่อยจรวด ผู้ชมได้เห็นความงดงามของยานเอนเดฟเวอร์ขณะนั้นนานกว่า 3 นาที ก่อนที่ยานจะค่อยๆ อันตรธานหายไปสู่อวกาศท่ามกลางหมู่ดาว อย่างไรก็ตาม เอพีรายงานด้วยว่านาซาเกือบจะต้องยกเลิกการส่งเอนเดฟเวอร์ครั้งนี้ในวินาที สุดท้ายเสียแล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถผูกประตูเข้ากับฐานปล่อยจรวดได้ แต่ผู้ควบคุมการปล่อยจรวดรับประกันกับทุกคนว่าการขยับเขยื้อนประตูไม่กระทบ กระเทือนต่อยานเอนเดฟเวอร์แน่นอน หรือหากเลวร้ายที่สุดก็แค่โถงทางเดินเข้าไปสู่ตัวยานเสียหายเท่านั้นเอง "ยานยังอยู่ในสภาพดีทุกประการ สภาพอากาศก็สวยสดงดงามดีมาก ขอให้ทุกคนโชคดี เดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ และสุขสันต์เทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าในห้วงอวกาศ" ไมค์ เลนแบช (Mike Leinbach) ผู้อำนวยการการปล่อยกระสวยอวกาศกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนที่กระสวยจะออกเดิน ทางเพียงเล็กน้อย เอพีรายงานว่าภารกิจของลูกเรือเอนเดฟเวอร์ในครั้งนี้มีระยะเวลาปฏิบัติงาน 15 วัน คือการนำอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศ โดยเฉพาะอุปกรณ์ครัวและห้องน้ำ ตลอดจนตู้เย็น เตียงนอน 2 เตียง อุปกรณ์ออกกำลังกาย และที่สำคัญคือระบบอุปกรณ์สำหรับกลั่นปัสสาวะให้กลับมาเป็นน้ำดื่มได้อีก ครั้ง รวมทั้งต่อเติมพื้นที่เก็บของบนสถานีอวกาศสำหรับการขยายสถานีออกเป็น 2 เท่า ในเดือน มิ.ย. ปีหน้าด้วย ซึ่งจะทำให้ไอเอสเอสมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นเป็น 5 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 2 ห้องครัว สามารถรองรับนักบินที่ขึ้นมาประจำการได้ถึง 6 คน จากเดิมที่ได้เพียง 3 คนเท่านั้น นอกจากนี้ลูกเรือยังต้องออกเดินอวกาศเพื่อทำการหยอดน้ำมันหล่อลื่น ชนิดพิเศษให้กับข้อต่อขนาดใหญ่ของแผงโซลาร์เซลล์ที่ฝืดเคืองมานานกว่าปีแล้ว ด้วย ทว่า ลูกเรือทุกคนจะหยุดพักภารกิจทุกอย่างเป็นการชั่วคราวในวันที่ 20 พ.ย. นี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาศครบรอบ 10 ปี สถานีอวกาศนานาชาติแห่งนี้ ด้านไมเคิล กริฟฟิน (Michael Griffin) ผู้บริหารสูงสุดของนาซา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เที่ยวบินนี้ทำให้ยานเอนเดฟเวอร์ดูเล็กลงไปทันที และมันก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการ ซึ่งนี่เป็นเพียง 1 ในหลายๆ เที่ยวบินที่ต้องขนส่งอุปกรณ์จำเป็นเหล่านั้นขึ้นไปยังไอเอสเอส ทั้งนี้ ลูกเรือทั้งหมดบนสถานีอวกาศจะได้ฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าร่วมกัน ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่สี่ในเดือน พ.ย. ของทุกปี โดยมีไก่งวงเป็นอาหารสำคัญของเทศกาลนี้ และยังมีขนมปังไส้ข้าวโพด ของหวานที่ทำจากแครนเบอร์รี และแอปเปิล รวมทั้งแยมสำหรับขนมหวานในสไตล์อวกาศ ที่ลูกเรือเอนเดฟเวอร์นำขึ้นไปเพื่อการนี้โดยเฉพาะ |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
เสาร์, 15 พฤศจิกายน 2008 |
|
 page="Pics";
นาซาทดสอบระบบกลั่นฉี่เป็นน้ำดื่ม ลดการลำเลียงน้ำสู่สถานีอวกาศ ช่วยเพิ่มจำนวนนักบินอวกาศประจำการณ์ได้เท่าตัว คาดเริ่มใช้งานได้กลางปีหน้า พร้อมขยายห้องนอนจาก 3 เป็น 5 และติดตั้งตู้เย็นให้ลูกเรือเก็บอาหาร ปลายสัปดาห์นี้ ลูกเรือของกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ (Endeavour) จะลำเลียงเครื่องเรือนสุดหรู ขึ้นไปตกแต่งสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งจะเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ที่จะแปลงสถานีอวกาศ 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำพร้อมห้องครัว ไปสู่สถานีอวกาศ 5 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและ 2 ห้องครัว พร้อมของประดับประดาอื่นๆ ตามรายงานของเอพี เพื่อความละเอียดรอบคอบ นักบินอวกาศจะติดตั้ง "ส้วมพิเศษ" และเครื่องนอนที่ติดตั้งเครื่องควบคุมอุณหภูมิ กับเครื่องออกกำลังกายที่สามารถทำงานซ้ำๆ ได้ 30 ครั้ง และพวกเขายังจะติดตั้งชิ้นส่วนของระบบจัดการสิ่งแวดล้อมแบบปิดชิ้นแรก เข้าในวงโคจร ซึ่งระบบดังกล่าวจะหมุนเวียนของเสียเกือบทั้งหมด และตอนนี้พลังงานบนสถานีอวกาศก็ได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์อยู่แล้ว สิ่ง สำคัญที่สุด คือระบบหมุนเวียนน้ำ ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำปัสสาวะแล้วกลั่นให้เป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์ โดยระบบนี้จำเป็นที่สุดหากนาซาต้องการเพิ่มจำนวนลูกเรือบนสถานีอวกาศจาก 3 เป็น 6 คน ซึ่งการเพิ่มกำลังคนดังกล่าวจะเริ่มขึ้นในกลางปีหน้า คริสโตเฟอร์ เฟอร์กูสัน (Christopher Ferguson) ผู้บัญชาการกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ เชื่อว่าระบบจัดการน้ำคือเครื่องมือสำคัญที่สุดที่จะลำเลียงขึ้นไป ซึ่งประโยชน์ที่ได้จะมากกว่าเป็นแค่สถานีอวกาศ และบอกว่าให้ลองจินตนาการถึงการสำรวจอวกาศที่ลูกเรือเป็นอิสระจากการลำเลียง น้ำปริมาณมากๆ |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
เสาร์, 15 พฤศจิกายน 2008 |
|
สศก. 12 พ.ย. - สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเตรียมนำข้อมูลจาก THEOS ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทย ที่ใช้สำรวจพื้นที่ทางการเกษตร พยากรณ์ผลผลิตสินค้าให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็วและทันเหตุการณ์ นาย มณฑล เจียมเจริญ รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่าหลังจากที่ดาวเทียมธีออส (THEOS -Thailand Earth Observation System) ได้ถูกส่งขึ้น ณ ฐานจรวดเมืองยาสนี ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีสถานีควบคุมและรับสัญญาณที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อควบคุมการโคจรและตรวจสอบการทำงาน โดยดาวเทียมธีออสได้บันทึกข้อมูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ต.ค. บริเวณเกาะภูเก็ต และภาพขาวดำบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกของหาดกะตะใหญ่ และหาดกะตะน้อย ซึ่งไทยจะนำข้อมูลที่ได้มาวางรากฐานการพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงประโยชน์ด้านทรัพยากรโดยเฉพาะด้านการเกษตร การใช้ประโยชน์ที่ดิน การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง การทำแผนที่ การวางผังเมือง การจัดการแหล่งน้ำและอุทกภัย ที่ผ่านมาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีการ นำข้อมูลจากดาวเทียม LANDSAT, SPOT และ IKONOS มาใช้ในการดำเนินงานสำรวจเนื้อที่เพาะปลูกของสินค้าเกษตรที่สำคัญ ซึ่งเป็นดาวเทียมของต่างประเทศและมีราคาข้อมูลค่อนข้างสูง ซึ่งในอนาคตจะได้นำประโยชน์ของดาวเทียมธีออสของไทยมาใช้ในการสำรวจเนื้อที่ เพาะปลูก พยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญได้ต่อไป .-สำนักข่าวไทย อัพเดตเมื่อ 2008-11-12 13:15:17 |
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 1 - 4 จาก 29 |