Live NASA TV

http://science.ksc.nasa.gov/shuttle/countdown/video/chan2small.jpg

     Live NASA TV Media

 





NASA Image Of The Day

Fourmile Canyon Fire
NASA Image Of The Day
08 Sep 2010
800x6001024x768Large
นาซาฟื้นชีพข้อมูลยานฟีนิกซ์ ค้นหาน้ำบนดาวอังคาร
เขียนโดย Administrator   
Tuesday, 07 September 2010

http://img.spacethai.net/images/553000kkk.jpg

ภาพ แสดงแผงเซลล์แสงอาทิตย์และแขนกลของยานฟีนิกซ์ขณะขุดตัวอย่างดินขึ้นมา วิเคราะห์ (NASA/JPL-Caltech/University of Arizona/Texas A&M University/ไซน์เดลี)

แม้ยานฟีนิกซ์จะหยุดปฏิบัติ การบนดาวอังคารไปแล้ว เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์เสียหาย แต่ข้อมูลที่ยานส่งมาก่อนหน้านี้ยังมีประโยชน์ต่อนักวิทยาศาสตร์ ล่าสุดนาซาให้ทุนวิเคราะห์ข้อมูลจากยานเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นดินและชั้นบรรยากาศบนดาวแดง รวมถึงการเกิดน้ำด้วย
       
       ยานฟินิกซ์ (Phoenix) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) จอดนิ่งอยู่บนขั้วเหนือของดาวอังคารตั้งแต่เดือน พ.ย.2008 ซึ่งวิศวกรของนาซาไม่สามารถติดต่อกับยานได้ เนื่องจากฤดูหนาวบนดาวอังคารทำให้แผงจ่ายพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์เสียหาย และภาพถ่ายจากยานอวกาศที่โคจรรอบดาวอังคารเผยให้เห็นความเสียหายบนแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ของยานฟีนิกซ์
       
       อย่างไรก็ดี ข้อมูลของยานฟีนิกซ์ไม่ได้ตายตามยานไปด้วย โดยล่าสุดสเปซด็อทคอมรายงานว่า นาซาได้ให้ทุนแก่ ศ.วินเซนต์ เชฟริเออร์ (Vincent Chevrier) นักวิจัยจากศูนย์อวกาศและศาสตร์ระหว่างดวงดาวอาร์คันซัส (Arkansas Center for Space and Planetary Sciences) มหาวิทยาลัยอาร์คันซัส (University of Arkansas) สหรัฐฯ เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนที่ยานจะหยุดปฏิบัติการ      
       ทั้งนี้ ยานฟีนิกซ์ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือน พ.ค.2008 และปฏิบัติภารกิจที่สำเร็จยาวนานเกินคาดหมายจากที่วางแผนไว้เพียง 3 เดือน โดยยานได้ลำเลียงอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างบนดาวอังคารเพื่อค้นหาสัญญาณว่า สภาพแวดล้อมบนดาวเคราะห์แดงนี้จะเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์หรือ ไม่
       
       ด้านเชฟริเวอร์คาดหวังที่จะทำความเข้าใจให้ดีขึ้นว่า พิ้นดินของดาวอังคารนั้นมีอันตรกริยากับชั้นบรรยากาศอย่างไร ซึ่งรวมถึงอันตรกริยาที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นด้วย โดยเขาจะวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้น การนำไฟฟ้า ตัวแปรและสภาพยอมความร้อน (heat permittivity) ของดินบนดาวอังคาร ซึ่งสภาพยอมความร้อนนั้นเป็นความสามารถของวัสดุในการส่งผ่านสนามไฟฟ้า

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 07 September 2010 )
 
อิหร่านย้ำจะส่งนักบินท่องอวกาศให้ได้ภายใน 15 ปี
เขียนโดย Administrator   
Sunday, 22 August 2010
 http://img.spacethai.net/images/ahmadineja.jpg    ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดีเนจ๊าด กล่าวต่อนักวิชาการกลุ่มหนึ่งว่า อิหร่านมีความตั้งใจที่จะส่งนักบินอวกาศคนแรกของประเทศขึ้นไปยังอวกาศให้ได้ ก่อนปี 2568 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า และบอกว่า อิหร่านจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถส่งดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่กว่าที่อิหร่านมีในปัจจุบัน ขึ้นไปโคจรในอวกาศเพิ่มเติม
    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิหร่าน แสดงความทะเยอทะยานในโครงการอวกาศ อิหร่านประกาศความตั้งใจที่จะส่งนักบินขึ้นไปบนอวกาศตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยมีหน่วยงานด้านอวกาศของตนเอง และเป็นประเทศที่สามารถส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรในอวกาศด้วยตนเองครั้งแรกเมื่อ ปีที่แล้ว
    ประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าด บอกว่า อิหร่านไม่สนใจการคว่ำบาตรจากนานาชาติ และควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสมากกว่า
    ถ้อยคำดังกล่าวของอาห์มาดีเนจ๊าด มีขึ้นพร้อมๆ กับที่เมื่อวานนี้ อิหร่านเริ่มเติมเชื้อเพลิงโรงงานพลังงานนิวเคลียร์แห่งแรก เดินหน้าโครงการพลังงานนิวเคลียร์ แม้จะถูกสหประชาชาติคว่ำบาตร และสหรัฐฯ พยายามยับยั้งมาโดยตลอด เพราะเกรงว่าอิหร่านจะนำนิวเคลียร์ไปใช้สร้างอาวุธ
    อิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยบอกว่าต้องการผลิตกระแสไฟฟ้าส่งไปยังเมืองต่างๆ ของประเทศเท่านั้น
 
"เซติ" มั่นใจ มนุษย์จะติดต่อกับ "เอเลี่ยน" ได้แน่ใน 25 ปีนี้
เขียนโดย Administrator   
Friday, 20 August 2010
http://img.spacethai.net/images/viewimagei.jpgภาพ จำลองที่แสดงถึงสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญา อาจกำลังร่อนเร่พเนจรอยู่ในอวกาศเพื่อแสวงหาอาณานิคมบนดาวดวงใหม่ที่รวมถึง โลกของเราด้วย (ภาพประกอบจาก dsc.discovery.com)
       นักดาราศาสตร์จาก โครงการเซติเผยชาวโลกจะพบหลักฐานว่ามี "เพื่อนต่างดาว" อยู่จริงแน่ ไม่เกิน 25 ปีนี้ หลังเริ่มใช้กล้องโทรทรรศน์อัลเลนเต็มศักยภาพ หวั่นอาจแปรสัญญาณจากมนุษย์ต่างดาวไม่ออก แต่มั่นใจแค่รู้ว่าเราไม่โดดเดียวในจักรวาลก็สามารถเปลี่ยนโลกได้
       
       "ผมคิดว่าตามความเป็นจริงแล้วโอกาสที่พวกเราจะพบสิ่งมีชีวิตต่างดาว นั้นดีมากๆ ผมคิดว่ามีโอกาสดีจริงๆ สำหรับพวกคุณที่ยังหนุ่มสาวที่จะได้เห็นเหตุการณ์นั้น" เซธ โชสตาก (Seth Shostak) นักดาราศาสตร์อาวุโสของสถาบันเซติ (Search for Extraterrestrial Intelligence Institute : SETI Institute) ที่ตั้งอยู่ในเมาเทนวิว มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เปิดเผยในการประชุมเซติคอน (SETIcon convention) ที่สถาบันเซติจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ส.ค.53 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งโครงการเซติ และครบรอบ 80 ปี แฟรงก์ เดรก (Frank Drake) นักดาราศาสตร์ผู้ริเริ่มโครงการเซติ
       
       สิ่งที่โซสตากกล่าวนั้นเป็นข้อมูลที่เขาประเมินจากสมการของเดรก (Drake Equation) ที่คิดขึ้นโดยเดรกผู้ริเริ่มโครงการเซติ เป็น สมการสำหรับคำนวณหาความเป็นไปได้ของจำนวณอารยธรรมของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ มนุษย์เราอาจจะสามารถติดต่อสื่อสารได้ (N) โดยมีปัจจัยต่างๆ เป็นตัวแปร ได้แก่ อัตราการเกิดของดาวฤกษ์ในกาแลกซี สัดส่วนของดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์บริวาร สัดส่วนของดาวเคราะห์ที่น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยได้ ร้อยละของดาวเคราะห์ที่เกิดสิ่งมีชีวิต ร้อยละของสิ่งมีชีวิตที่จะพัฒนาไปเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา ร้อยละของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่มีเทคโนโลยีที่สามารถสื่อสัญญาณแสดงการ มีตัวตนของพวกเขาไปในอวกาศได้ และระยะเวลาที่สัญญาณนั้นเดินทางมาถึงโลก
       
       อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ตัวเลขที่น่าเชื่อถือของปัจจัย เหล่านั้น แต่นักดาราศาสตร์ระดับหัวหน้าส่วนหนึ่งของเซติเห็นว่านี่เป็นวิธีการเดาที่ ดีที่สุดของพวกเขา ซึ่งก่อนหน้านั้น คาร์ล ซาแกน (Carl Sagan) นักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เสียชีวิตไปแล้ว และเป็นอีกคนหนึ่งที่ริเริ่มโครงการเซติ เคยใช้สมการของเดรกคำนวณพบว่า จำนวนอารยธรรมต่างดาวที่เราน่าจะติดต่อได้ทางคลื่นวิทยุ มีค่าเท่ากับ 1,000,000 (N = 1,000,000) ขณะที่ไอแซก อาซิมอฟ (Isaac Asimov) นักวิทยาศาสตร์และนักเขียนไซไฟคำนวนได้ 670,000 (N=670,000) ส่วนเดรกผู้คิดค้นสมการคำนวนอย่างระมัดระวังมากกว่าได้ค่าได้ผลลัพธ์เท่ากับ 10,000 (N=10,000)
       
       โซสตากกล่าวว่าต่อไปว่า ถ้าหากว่าผลลัพธ์ที่ต่ำกว่ากลับกลายเป็นค่าที่ถูกต้อง มันจะทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่ต้องใช้เวลานานเกินไปสำหรับการค้นพบสัญญาณจาก มนุษย์ต่างดาวด้วยอัตราที่เรากำลังทำงานกันอยู่ในขณะนี้
       
       "ขอบเขตของค่าที่พวกเขาคำนวณได้ตั้งแต่ 1,000,000 ลงไปถึง 10,000 เป็นช่วงของการประมาณจากบุคคลที่เป็นผู้ริเริ่มและทำงานที่เซติ พวกเขาเหล่านี้อาจจะรู้อะไรที่เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังพูดถึงอยู่ ซึ่งถ้าเป็นดังนั้นจริง ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นจุดเวลาอันสำคัญที่พวกเราได้เดินทางข้ามผ่านพวกเขาในอีก 12 หรือ 24 ปีข้างหน้า" โซสตากกล่าวไว้ในสเปซด็อตคอม
       
       นักดาราศาสตร์อาวุโสของเซติกล่าวต่อไปว่า การค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกของเซติจะเป็นงานหนักแบบ ก้าวกระโดดทันทีเมื่อมีเราระบบกล้องโทรทรรศน์อัลเลน (Allen Telescope Array) ซึ่งเป็นเครือข่ายจานรับสัญญาณวิทยุที่ติดตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคลิ ฟอร์เนีย โดยจะสามารถเปิดใช้งานอย่างเต็มศักยภาพได้ภายในปี 2015
       
       ในขณะเดียวกัน มนุษย์อาจสามารถค้นพบสัญญาณของเอเลียนภายใน กรอบเวลาที่คาดไว้ได้ แต่การตีความสิ่งที่พวกเขาพยายามจะบอกแก่พวกเราอาจกินเวลานานกว่านั้นมาก
       
       โซสตากยอมรับว่าภารกิจนี้เป็นเรื่องที่ยากมากๆ อีกทั้งอารยธรรมของสิ่งมีชีวิตต่างดาวอาจมีความเจริญทางด้านเทคโนโลยี มากกว่าพวกเรา เหมือนเช่นที่มนุษย์โฮโม ซาเปียนส์ (Homo sapiens) มีอารยธรรมที่ก้าวหน้ามากกว่านีอันเดอร์ธัล (Neanderthal) ที่เป็นเผ่าพันธุ์ใกล้ชิดกัน
       
       "พวกเราสามารถส่งสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลให้แก่นีอันเดอร์ทัลได้ แต่พวกเขาจะไม่มีทางคำนวณมันออกมาได้ และพวกเขาก็ไม่ได้โง่ด้วย" โซสตาก ยกตัวอย่างเปรียบเทียบและบอกว่า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเช่นกรณีนั้น แต่ เพียงแค่การพิสูจน์ได้อย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวใน จักรวาล ก็น่าจะเป็นความสำเร็จที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของโลกได้
 
นักบินอวกาศนาซาหวังซ่อมระบบความเย็นไอเอสเอส
เขียนโดย Administrator   
Wednesday, 18 August 2010
http://img.spacethai.net/images/475502main.jpgนักบินอวกาศของนาซาหวังที่จะซ่อมแซมและติดตั้งระบบทำความเย็นของสถานี อวกาศนานาชาติในการเดินอวกาศครั้งที่ 3 ที่เริ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดั๊ก วีลล็อก และเทรซี คัลด์เวล ดายซั่น สองนักบินอวกาศขององค์การนาซา สามารถถอดเครื่องสูบแอมโมเนียเหลวที่เกิดปัญหาขัดข้องได้แล้วในการเดินอวกาศ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเดินอวกาศที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ถึง 8 ชั่วโมง เหลือขั้นตอนสุดท้าย คือ การติดตั้งเครื่องสูบแอมโมเนียเหลวเครื่องใหม่ ซึ่งจะช่วยทำความเย็นให้สถานีอวกาศนานาชาติ ระบบทำความเย็นของสถานีอวกาศนานาชาติล่มลงตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ส่งผลด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์ร้อนเกิน 120 องศา ส่วนด้านที่หันเข้าด้านมืดของอวกาศอุณหภูมิเกือบ -160 องศา แต่นาซายืนยันว่านักบินอวกาศประจำสถานีไม่ได้รับอันตราย
 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 5 จาก 274

Polls

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Who's Online

ขณะนี้มี 14 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search