|
เขียนโดย Administrator
|
|
Friday, 03 February 2012 |
|
ภาพมุมสูงของศูนย์อวกาศเคนเนดีประตูสู่อวกาศของสหรัฐฯ จุดกลางภาพคืออาคารประกอบยานสีขาว มีถนนเชื่อมสู่ฐานปล่อยยานทั้ง 2 ที่ติดกับชายฝั่งมหาสมุทร บนแหลมคานาเวรัล มลรัฐฟลอริดา (NASA) โบกมือลา “ยุคกระสวยอวกาศ” กันไปตั้งแต่กลางปีที่แล้ว (2011) ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี ที่ยังไม่ได้ปิดตัวตามไปด้วย ทว่าในวัย 50 ปีของศูนย์อวกาศแห่งนี้ “นาซา” เตรียมฉลองด้วยการปรับโฉมใหม่ให้เป็น “ท่าอวกาศยานสาธารณะ” ย้อนไปเมื่อ 50 ปีก่อน ประวัติศาสตร์แห่งการคมนาคมทางอวกาศของชาติสหรัฐฯ ก่อกำเนิดขึ้นที่นี่ “ศูนย์อวกาศเคนเนดี” (KSC : The John F. Kennedy Space Center) เปิดประตูสู่อวกาศอย่างมั่นใจ เดือนกุมภาพันธ์ 1962 “จอห์น เกลนน์” (John Glenn) กลายเป็นอเมริกันชนคนแรกที่ได้โคจรรอบโลกเป็นผลสำเร็จ เกลนน์นำแคปซูลฟรีดอม 7 (Freedom 7) บินวนรอบโลก 3 รอบ และนำเครื่องลงจอดในมหาสมุทรแอตแลนติกได้อย่างสวยงามตามแผน อีก 3 เดือนถัดมา จรวดมอร์คิวรี-แอตลาส (Mercury-Atlas) ลำที่เคยนำพาเกลนน์ออกนอกโลก ก็พาออโรรา 7 (Aurora 7) ที่มีสก็อตต์ คาร์เพนเทอร์ (Scott Carpenter) อยู่ในนั้น ปฏิบัติภารกิจและประสบความสำเร็จเหมือนเกล็นน์ได้ดีอย่างไม่ผิดเพี้ยน การทำแบบเดิมซ้ำได้อย่างไม่ผิดพลาด เท่ากับตอกย้ำความสำเร็จของสหรัฐฯ ทำให้มั่นใจในความสามารถและความเป็นไปได้ต่ออนาคตการสำรวจอวกาศ ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดกับสหภาพโซเวียตในขณะนั้น ความคิดในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบินอวกาศ ก็เกิดขึ้น และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตามประธานาธิบดี “จอห์น เอฟ เคนเนดี” เพื่อเป็นเกียรติที่มีวิสัยทัศน์ในการมุ่งหน้านำพาชาติแห่งพญาอินทรีสู่ดวงจันทร์ได้ล้ำหน้าใคร และมีชัยในศึกการสำรวจอวกาศ จากนั้นศูนย์อวกาศเคนเนดีกลายเป็นประตูสู่อวกาศหลักของสหรัฐฯ ทั้งการขนส่ง ลูกเรือ อุปกรณ์สำรวจต่างๆ ตั้งแต่ยุคโปรเจเมอร์คิวรี (Project Mercury) ซึ่งเป็นการนำร่องส่งมนุษย์สู่อวกาศโครงการแรกของสหรัฐฯ, การติดตั้งสถานีอวกาศนานาชาติ, การนำส่งกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิล, การส่งยานสำรวจดาวอังคาร จนกระทั่งโครงการกระสวยอวกาศกว่า 30 ปีที่เพิ่งปิดตัวลงไปเมื่อปีกลาย ทว่า 50 ปีหลังจากนี้ องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) มองแล้วว่า เคเอสซีจะต้องก้าวล้ำนำสมัยกว่าที่เคยเป็นอยู่ ด้วยปฏิบัติการปรับโฉม เพื่อรองรับยานอวกาศรุ่นใหม่ (ที่กลับไปใช้รูปแบบเดียวกับอะพอลโล) และยังจะต้องมีแนวคิดใหม่สำหรับท่าอวกาศยานในอนาคต
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Wednesday, 18 January 2012 |
|
ยานโฟโบส กราวน์ ซึ่งเป็นยานสำรวจดวงจันทร์ของดาวอังคาร ได้ตกลงสู่พื้นโลกแล้วเมื่อเวลาราวเที่ยงคืน 45 นาทีที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย โดยจุดที่ยานตกอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกห่างจากชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะ เวลลิงตันในชิลีราว 1,250 กิโลเมตร รัสเซียได้ส่งยานโฟโบส กราวน์ขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนปีที่แล้ว เพื่อขึ้นไปเก็บตัวอย่างดินบนดวงจันทร์ของดาวอังคารและมีกำหนดจะกลับสู่โลก ในปี 2557 แต่ประสบความล้มเหลว โดยยานไม่สามารถเดินทางหลุดออกไปจากวงโคจรของโลกได้ ทำให้ทางการรัสเซียต้องออกคำเตือนว่า ยานดังกล่าวจะร่วงลงสู่พื้นโลกโดยไม่สามารถคาดได้ว่าจะตกลงในบริเวณใด และนับเป็นขยะอากาศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ร่วงลงสู่พื้นโลกโดยยานโฟโบส กราวน์ มีน้ำหนักถึง 14.9 ตัน เจ้าหน้าที่ด้านอวกาศของรัสเซียกล่าวว่า ยานอวกาศไร้มนุษย์ที่ส่งขึ้นไปสำรวจดาวอังคาร แต่ล้มเหลวไม่สามารถหลุดจากการโคจรรอบโลกเพื่อมุ่งสู่ดาวอังคารได้ น่าจะตกลงสู่พื้นโลกในมหาสมุทรอินเดีย วันอาทิตย์นี้ สำนักงานอวกาศรัสเซียเปิดเผยว่า ยานโฟบอส-กราวนด์ น่าจะตกสู่พื้นโลกประมาณวันเสาร์ถึงวันจันทร์ แต่ที่น่าเป็นไปได้มากที่สุดคือวันอาทิตย์ และถ้าตกในวันอาทิตย์ก็จะมีเศษชิ้นส่วน 20-30 ชิ้นน้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัมตกในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้เส้นละติจูด 10 องศาใต้และลองติจูด 90 องศาตะวันออก รัสเซียส่งยานอวกาศลำนี้ขึ้นไปสำรวจดาวอังคารเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว จากศูนย์อวกาศไบไกนัวร์ ในคาซัคสถาน แต่ล้มเหลวที่จะฉีกตัวออกจากการโคจรรอบโลก ขณะนี้ยานดังกล่าวโคจรอยู่เหนือพื้นโลก 200 กิโลเมตร สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ของยานลำนี้ที่จะตกสู่พื้นโลก จะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อยานโคจรเข้าใกล้โลกมากกว่านี้
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Wednesday, 18 January 2012 |
ยานอวกาศแฝดขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) เตรียมโคจรรอบดวงจันทร์ในสุดสัปดาห์นี้เพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจโครงสร้างใต้ ดินของดวงจันทร์เพื่อทำความเข้าใจการกำเนิดของดาวเคราะห์ให้ดีขึ้น ยานเกรล-เอ จะเริ่มโคจรรอบดวงจันทร์ในเวลา 04.21 น.วันที่ 1 มกราคมตามเวลาประเทศไทย ขณะที่ยานเกรล-บี จะโคจรรอบดวงจันทร์ในเวลา 05.05 น.ของวันที่ 2 มกราคม ภารกิจของยานทั้งสองลำซึ่งมีมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ขนาดเท่าเครื่องซักผ้า คือการเขียนตำราใหม่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดวงจันทร์ โดยจะเขียนแผนที่แกนในของดวงจันทร์เป็นครั้งแรก นาซาส่งยานทั้งสองลำนี้ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา และตั้งแต่เดือนมีนาคมปีหน้าเป็นต้นไป จะเริ่มส่งสัญญาณคลื่นวิทยุที่จะทำให้นักวิทยาศาสตร์บนโลกสามารถสร้างแผนที่ ความละเอียดสูงเกี่ยวกับสนามแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับลักษณะใต้พื้นผิว และกำเนิดของดาวเคราะห์อื่นๆในระบบสุริยจักรวาล นอกจากนี้ จะทำการสำรวจในพื้นที่ห่างไกลบนดวงจันทร์ที่ยังไม่เคยได้รับการสำรวจมาก่อน และทำการทดสอบสมมติฐานว่าในอดีตเคยมีดวงจันทร์ดวงที่ 2 ที่ได้หลอมรวมกับโลกไปแล้วในอดีต
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Thursday, 29 December 2011 |
|

การยิงจรวดขนส่งฉังเจิง 3 เอ ของจีนที่บรรทุกดาวเทียมระบบนำทางและระบุตำแหน่งเป๋ยโต่ว 8 เมื่อเวลา 4.47 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เมื่อวันอาทิตย์ (10เม.ย.) ที่สถานียิงดาวเทียมซีฉังในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) - แฟ้มภาพ เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - จีนเปิดบริการระบบดาวเทียมนำร่องเป๋ยโต่ว ซึ่งใช้ในกิจการทหารสำหรับประชาชนเป็นครั้งแรก และอนาคตเตรียมแข่งขันกับสหรัฐฯ ซึ่งครองตลาดด้านนี้ นายหรัน เฉิงฉี ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการดาวเทียมนำร่องของจีนแถลงที่กรุงปักกิ่งว่า ระบบดาวเทียมนำร่องเป๋ยโต่วของจีนเปิดให้บริการแก่ประชาชนแล้วเมื่อวันอังคาร (27 ธ.ค.) หลังจากเคยจำกัดการใช้เฉพาะในกองทัพปลดแอกประชาชน และในบริษัท ซึ่งมีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน แต่ขณะนี้แม้แต่ชาวฮ่องกงก็สามารถใช้บริการนี้ได้ โดยแม้ว่าขณะนี้เครือข่ายระบบของเป๋ยโต่วยังไม่มีความสมบูรณ์ แต่ที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถส่งเสริมการทำงานในกองทัพ ด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี จากการเปิดเผยของนายหรัน ปัจจุบันระบบเป๋ยโต่วมีดาวเทียวปฏิบัติการเพียง 10 ดวงจึงครอบคลุมพื้นที่ให้บริการเฉพาะจีนกับชาติเพื่อนบ้าน แต่จีนจะยิงดาวเทียมอีก 6 ดวงภายในสิ้นปีหน้า ซึ่งจะสามารถรับสัญญาณของเป๋ยโต่วได้ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และในปี 2563 ระบบเป๋ยโต่วจะก้าวสู่ระดับโลกด้วยกลุ่มดาวเทียมนำร่องทั้งหมด 37 ดวงแข่งขันกับระบบจีพีเอสของสหรัฐฯ ระบบโกลนาสส์ (GLONASS) ของรัสเซีย และระบบกาลิเลโอของสหภาพยุโรป นายหรันระบุว่า การมีระบบดาวเทียมค้นหาตำแหน่งของตนเองมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ และหากจีนไม่มีระบบดาวเทียมนำร่องของตนเองก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ หากอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งใช้ระบบการค้นหาหลายระบบก็จะทำให้มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ปิด เช่นป่า ภูเขา และเมือง ที่แออัด เช่น ฮ่องกง โดยนายหนิง ฉางกั๊วะ วิศวกรอาวุโสของบริษัท BDStar Navigation ในกรุงปักกิ่งระบุว่า ทางบริษัทมีอุปกรณ์ ที่สามารถใช้กับระบบเป๋ยโต่วอย่างครอบคลุมทุกประเภท นับตั้งแต่ระบบการบัญชาการทางทหารไปจนถึงการใช้งานของประชาชน และบริษัทพร้อมแข่งขันกับต่างชาติ โดยเขาเชื่อว่าบริษัทของจีนจะยังคงนำหน้า เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยอมรับว่า ระบบเป๋ยโต่วมีความแม่นยำน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับระบบอื่นในปัจจุบัน โดยมีระดับความแม่นยำในการค้นหาห่างจากเป้าหมาย 25 เมตรสำหรับผู้ใช้ซึ่งเป็นพลเรือน แต่จะมีความแม่นยำมากขึ้นเป็น 10 เมตร เมื่อมีการยิงดาวเทียมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบเป๋ยโต่วมีบริการพิเศษอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยชีวิตคนได้คือบริการส่งข้อความสั้น หรือ SMS โดยผู้ใช้ระบบเป๋ยโต่วไม่เพียงแต่จะทราบตำแหน่งที่ตนอยู่เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งรหัสถึงผู้อื่นได้อีกด้วย จึงมีประโยชน์อย่างมากในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ด้านบริษัท BDStar Navigation ระบุว่า เรือประมงของจีนเกือบ 30,000 รายใช้บริการ SMS ของระบบเป๋ยโต่วกับทางบริษัท ซึ่งใช้บริการส่งข้อความสั้นแจ้งอันตรายต่าง ๆ แก่ไต้ก๋งเรือ เช่นการก่อตัวของพายุไต้ฝุ่น หรือกรณีเรือล่วงละเมิดน่านน้ำของชาติอื่น
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 1 - 5 จาก 372 |