Live NASA TV

http://science.ksc.nasa.gov/shuttle/countdown/video/chan2small.jpg

     Live NASA TV Media

 





NASA Image Of The Day

Snapshot of the International Space Station
NASA Image Of The Day
10 Mar 2010
800x6001024x768Large
23 ก.พ.ชม "ดาวล้อมเดือน" พร้อม "จันทร์บังดาวพฤหัส"
เขียนโดย Administrator   
Saturday, 07 February 2009

http://pics.manager.co.th/Images/552000001262901.JPEG

 กลับมาให้เห็นกันอีกครั้งกับ "ปรากฎการณ์ดาวล้อมเดือน" และแถมด้วย "ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี" ในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ประเทศไทยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในช่วงเช้าตรู่ ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น แต่ต้องสังเกตจากที่สูง และอาจมีหมอกมาก
       
       นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต จากหอดูดาวบัณฑิต จ.ฉะเชิงเทรา ได้แจ้งมายังทีมข่าววิทยาศาสตร์ "ASTV-ผู้จัดการออนไลน์" ว่า ในวันจันทร์ที่ 23 ก.พ.52 ที่จะถึงนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ ดาวล้อมเดือน(Conjunction) และปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี (Occultation) ในคราวเดียวกัน เห็นได้ด้วยตาเปล่า และเห็นได้ดีในกล้องสองตาและกล้องดูดาวทุกขนาดในพื้นที่ทุกจังหวัดในประเทศ ไทย
       
       ทั้งนี้ ในเช้ามืดของวันที่ 23 ก.พ. ดวงจันทร์เสี้ยวของแรม 14 ค่ำ เริ่มขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เวลา 5 นาฬิกา 15 นาที โดยมีดาวพฤหัสบดีอยู่ชิดดวงจันทร์ด้านสว่างด้านซ้ายค่อนมาทางล่าง มีดาวพุธสีส้ม อยู่ด้านขวาบน ห่างดวงจันทร์ประมาณ 1 องศา และห่างดาวพฤหัสบดีลงมาด้านล่างประมาณ 1 องศา 30 ลิปดา มีดาวอังคารสีแดง ขึ้นตามมาล้อมดวงจันทร์อีกดวง และยังมีดาวเนปจูนซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่ห่างดาวอังคารลงมา 4 องศา เป็นปรากฏการณ์ดาวล้อมเดือน
       
       ดวงจันทร์เสี้ยวเริ่มเคลื่อนตัวเข้าบังดาวพฤหัสตั้งแต่เวลา 5 นาฬิกา 36 นาที เริ่มเป็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี ขณะที่ดวงจันทร์ขึ้นสูงขึ้นจากขอบฟ้า เพียง 5 องศาเมื่อสิ้นสุดการบังดาวพฤหัสเวลา 6 นาฬิกา 42 นาที ดาวพฤหัสจะไปอยู่ด้านบนของดวงจันทร์ เป็นปรากฏการณ์ ดาวล้อมเดือนอีกครั้งและฟ้าจะสว่างพอดี
       
       ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี ตามเวลาตามจังหวัดต่างๆ ดังนี้
       
       - กรุงเทพฯ ดวงจันทร์เข้าบังดาวพฤหัส เริ่มเวลา 5 นาฬิกา 36 นาที 41 วินาที สิ้นสุดการบัง 6 นาฬิกา 42 นาที 45 วินาที
       - ชลบุรี ดวงจันทร์เข้าบังดาวพฤหัส เริ่มเวลา 5 นาฬิกา 36 นาที 45 วินาที สิ้นสุดการบัง 6 นาฬิกา 42 นาที 35 วินาที
       - เชียงใหม่ ดวงจันทร์เข้าบังดาวพฤหัส เริ่มเวลา 5 นาฬิกา 38 นาที 47 วินาที สิ้นสุดการบัง 6 นาฬิกา 50 นาที 09 วินาที
       - อุดรธานี ดวงจันทร์เข้าบังดาวพฤหัส เริ่มเวลา 5 นาฬิกา 39 นาที 11 วินาที สิ้นสุดการบัง 6 นาฬิกา 52 นาที 47 วินาที
       - อุบลราชธานี ดวงจันทร์เข้าบังดาวพฤหัส เริ่มเวลา 5 นาฬิกา 38 นาที 49 วินาที สิ้นสุดการบัง 6 นาฬิกา 51 นาที 55 วินาที
       - สุราษฎร์ธานี ดวงจันทร์เข้าบังดาวพฤหัส เริ่มเวลา 5 นาฬิกา 38 นาที 01 วินาที สิ้นสุดการบัง 6 นาฬิกา 30 นาที 09 วินาที
       - สงขลา ดวงจันทร์เข้าบังดาวพฤหัส เริ่มเวลา 5 นาฬิกา 40 นาที 10 วินาที สิ้นสุดการบัง 6 นาฬิกา 26 นาที 01 วินาที
       
       ขณะที่สิ้นสุดการบัง ดาวพฤหัสเคลื่อนตัวออกจากด้านมืดของดวงจันทร์ ดวงจันทร์อยู่สูงจากขอบฟ้า 19 องศา ดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นจากขอบฟ้าเวลา 6 นาฬิกา 35 นาที 26 วินาที ขณะเกิดปรากฏการณ์ ดาวพุธ มีความสว่าง -0.05 ดวงจันทร์มีความสว่าง -9.22 ดาวพฤหัสมีความสว่าง -1.95 ดาวอังคารมีความสว่าง 1.25 ดาวทั้งหมดอยู่ในกลุ่มดาว แพะทะเล (Capricornus)
       
       อุปสรรคในการชมปรากฏการณ์ครั้งนี้คือ ดาวทั้งหมดอยู่ที่ขอบฟ้าทิศตะวันออก ขณะเริ่มปรากฏการณ์ อยู่สูงจากขอบฟ้าเพียง 5 องศา ซึ่งอยู่ต่ำมาก ผู้สังเกตต้องขึ้นที่สูง หรือหาตำแหน่งที่ขอบฟ้า ไม่มี อาคารหรือต้นไม้บัง หรือต้องไม่มีฟ้าหลัวหรือเมฆที่ขอบฟ้ารบกวน และมีเวลาให้สังเกตปรากฏการณ์ น้อยมาก เพราะเมื่อดวงจันทร์ขึ้นสูงพอสังเกตได้ ฟ้าก็จะสว่างพอดี และในเดือน ก.พ.ช่วงเช้า อาจมีหมอกมาก อาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการสังเกตปรากฏการณ์ครั้งนี้

http://pics.manager.co.th/Images/552000001262902.JPEG

 
"กาแลกซี" กับ "หลุมดำ" อะไรเกิดก่อนกัน ?
เขียนโดย Administrator   
Saturday, 07 February 2009
ภาพขวาขยายให้เห็นกาแลกซีอายุน้อยที่มีอายุเพียง 870 ล้านปี (ภาพยูนิเวอร์สทูเดย์/NRAO/AUI/NSF, SDSS )
       "ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน?" อาจเป็นปัญหาโลกแตกที่ผ่านมาหลายยุคสมัยเรายังหาคำตอบไม่ได้ แต่ยังมีปัญหายิ่งกว่าโลกแตก ตั้งแต่ก่อนจะเกิดโลก เมื่อนักดาราศาสตร์ตั้งคำถามว่า "กาแลกซีหรือหลุมดำ สิ่งไหนเกิดก่อนกัน?" ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง "กาแลกซี" เกิดขึ้นก่อน จากนั้น "หลุมดำ" ก็ผุดขึ้นในใจกลาง หรืออาจเป็น "กาแลกซี" ก่อตัวขึ้นรอบๆ หลุมดำที่มีมาอยู่ก่อนแล้ว
       
       ล่าสุดเว็บไซต์ยูนิเวอร์สทูเดย์ (Universe Today) ได้รายงานว่า คริส คาริลลี (Chris Carilli) นักดาราศาสตร์สหรัฐฯ จากหอดูดาวดาราศาสตร์วิทยุแห่งสหรัฐฯ (National Radio Astronomy Observatory: NRAO) พบหลักฐานที่สนับสนุนว่า หลุมดำก่อตัวขึ้นก่อนกาแลกซีที่อาศัยอยู่ หรือบางครั้งอาจเป็นไปได้ว่า หลุมดำนั่นเอง ที่ทำให้เกิดกาแลกซีขึ้นรอบๆ และหลักฐานสนับสนุนก็มากขึ้นเรื่อยๆ
       
       ทีมวิจัยได้ศึกษาโดยอาศัยชุดกล้องโทรทรรศน์วิทยุเวรีลาร์จอาร์เรย์ (Very Large Array radio telescope) และกล้องโทรทรรศน์พลาโต เดอ บัวร์ อินเตอร์เฟอร์โรมิเตอร์ (Plateau de Bure Interferometer) ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีความละเอียดระดับ "กิโลพาร์เซก" (kiloparsec) อันเป็นหน่วยบอกระยะทาง ซึ่ง 1 พาร์เซกเท่ากับ 3.26 ปีแสง และได้พิจารณาหากาแลกซีเก่าแก่ที่สุด ที่ก่อตัวขึ้นในช่วงพันล้านปีหลังการระเบิดครั้งใหญ่ หรือ "บิกแบง" (Big Bang)
       
       ผลการศึกษาก่อหน้านี้ ที่เกี่ยวกับกาแลกซีและหลุมดำที่อยู่ใจกลางพวกมัน เผยให้เห็นความเชื่อมโยงอันน่าทึ่ง ระหว่างมวลของหลุมดำกับ "บัลจ์" (bulge) หรือกลุ่มก้อนของดาวและก๊าซที่อยู่ใจกลางกาแลกซี (ซึ่งพบมากในกาแลกซีก้นหอย) โดยอัตราส่วนของหลุมดำกับมวลของบัลจ์ ใกล้เคียงกันทั้งในด้านขนาดและอายุของกาแลกซี สำหรับหลุมดำใจกลางกาแลกซีที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราล้านถึงพันล้าน เท่านั้น มีอัตราส่วนมวลเป็นหนึ่งในพันของมวลที่อยู่รอบๆ บัลจ์
       
       "เราวัดมวลของหลุมดำและบัลจ์ได้ในหลายๆ กาแลกซี ซึ่งเกิดขึ้นช่วงเวลาพันล้านปี หลังเกิดบิกแบง และหลักฐานก็ชี้ว่าอัตราส่วนคงที่ซึ่งพบในกาแลกซีข้างเคียงเรานั้น อาจไม่ใช่อัตราส่วนคงที่มาตั้งแต่เอกภพในยุคเริ่มต้น หลุมดำในกาแลกซีอายุน้อย มีมวลมากกว่าที่พบในเอกภพใกล้ๆ เมื่อเทียบกับบัลจ์ เป็นนัยว่าหลุมดำเติบโตเร็วมาก" ฟาเบียน วอลเตอร์ (Fabian Walter) จากสถาบันมักซ์-พลังก์ด้านดาราศาสตร์วิทยุ (Max-Planck Institute for Radioastronomy: MPIfR) ในเยอรมนีกล่าว
       
       "อัตราส่วนคงที่นี้ชี้ให้เห็นว่า หลุมดำและบัลจ์มีผลต่อกันและกัน โดยทั้งคู่เติบโตอย่างมีปฎิกิริยาสัมพันธ์กัน ดังนั้นคำถามสำคัญคือ อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดก่อน หรือเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน แล้วทั้งคู่มีกระบวนการรักษาอัตราส่วนมวลอย่างไร" โดมินิก รีเชอร์ส (Dominik Riechers) จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนียหรือคาลเท็ค (Caltech) กล่าว
       
       ทั้งนี้ เขาอธิบายว่า ที่สุดแล้วเราสามารถวัดมวลของหลุมดำและบัลจ์จากหลายกาแลกซีในช่วงที่กำลัง เติบโตพันล้านปีแรกหลังบิกแบง และพบหลักฐานที่ชี้ว่า อัตราคงที่ดังที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้เกิดขึ้นในเอกภพยุคแรก หลุมดำที่อยู๋ในกาแลกซีวัยเยาว์มีมวลมากกว่า เมื่อเทียบกับบัลจ์ใกล้เคียง
       
       "นั่นเป็นความหมายโดยนัยว่า หลุมดำเริ่มเติบโตขึ้นก่อน"
       
       สำหรับความท้าทายต่อไป คือการค้นหาว่าหลุมดำและบัลจ์ ส่งผลต่อการเติบโตของกันอย่างไร เราไม่รู้กลไกที่เกิดขึ้นคืออะไร และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ในบางประเด็น "อัตราส่วนมาตรฐาน" ระหว่างมวลก็เป็นการกำหนด"
       
       ทั้งนี้ คาริลลีกล่าวว่า กล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาวที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จะช่วยไขปริศนาดังกล่าวได้ โดยกล้องโทรทรรศน์เอ็กแพนเด็ด เวรีลาร์จอาร์เรย์ (Expanded Very Large Array: EVLA) และกล้องโทรทรรศน์อาทาคามา ลาร์จมิลลิเมเตอร์-ซับมิลลิเมเตอร์อาร์เรย์ (Atacama Large Millimeter/submillimeter Array: ALMA) จะช่วยให้ทีมวิจัยปรับปรุงความไวและกำลังในการปรับแก้ค่า เพื่อบันทึกภาพก๊าซในกาแลกซีเหล่านั้น ในสเกลขนาดเล็กได้ตามต้องการเพื่อศึกษาพลศาสตร์ภายใน
       
       "เพื่อเข้าใจว่าเอกภพเป็นเช่นทุกวันนี้ได้อย่างไร เราต้องเข้าใจถึงการก่อตัวขึ้นของดวงดาวและกาแลกซีกลุ่มแรก ในช่วงที่เอกภพยังอายุน้อย ทั้งนี้หอดูดาวที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ๆ ภายในไม่กี่ปีจากนี้ จะกลายเป็นแหล่งสำคัญ ในการศึกษารายละเอียดที่สำคัญๆ จากยุคที่เอกภพยังเตาะแตะ เพื่อเปรียบเทียบกับเอกภพที่โตเต็มที่อย่างในทุกวันนี้" คาริลลีกล่าว
 
สสวท.เตรียมอบรมครูใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการสอน
เขียนโดย Administrator   
Saturday, 31 January 2009
สสวท.เตรียมอบรมครูใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการสอน

กรุงเทพฯ 30 ม.ค. - น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า โครงการวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบเพื่อสิ่งแวดล้อมโลก (Global Learning and Observations to Benefit the Environment) หรือโครงการ GLOBE ของ สสวท.จะจัดประชุมปฏิบัติการการนำข้อมูลภูมิสารสนเทศสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติมาใช้ในการเรียนการสอน ในวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์นี้ ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ให้แก่ครูจากจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ หรือ GIS ในการเรียนการสอนและการทำวิจัย มีการฝึกปฏิบัติการภาคสนาม การสร้างแผนที่จากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบต่าง ๆ ของโลก และตระหนักถึงสภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่นและระดับโลก พร้อมทั้งส่งข้อมูลสู่ศูนย์กลางข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ และนักเรียนทั่วโลกได้เรียนรู้ค้นคว้า อนึ่ง โครงการ GLOBE บริหารโดยองค์กรแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไทยลงนามเป็นสมาชิกลำดับที่ 85 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2542.-สำนักข่าวไทย

 
วงแหวนแห่งไฟ ใครเคยเห็นบ้าง
เขียนโดย Administrator   
Saturday, 31 January 2009

http://pics.manager.co.th/Images/552000000982501.JPEG

" วงแหวนแห่งไฟ" ไฮไลต์ของปรากฎการสุริยุปราคาวันที่ 26 ม.ค.52 ช่างภาพจากรอยเตอร์บันทึกไว้ที่เมือง เมืองบันดาร์ ลัมปุง ประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้ฟิลเตอร์พิเศษสำหรับบันทึกภาพดวงอาทิตย์ (REUTERS/Beawiharta)

 ในที่สุด ก็ได้เห็น “วงแหวนแห่งไฟ” ปรากฏขึ้นระหว่างการเกิดสุริยุปราคา ที่ท้องฟ้าเหนือเกาะชวา เตือนไว้นิดว่าอย่าเพ่งนาน เพราะแม้ว่าจะเป็นภาพถ่าย แต่ก็ร้อนแรงไม่แพ้แสงอาทิตย์
       
       สุริยุปราคา ที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 ม.ค.2552 นี้ แม้ว่าจะสังเกตกันได้ในหลายพื้นที่ แต่มีผู้โชคดีเพียงน้อยนิด ที่จะได้เห็น “วงแหวนแห่งไฟ” (Ring of fire) ซึ่งเป็นอีกชื่อเรียกของ “สุริยุปราคาแบบวงแหวน” (Annular Solar Ecplise) โดยในช่วงกลางของอุปราคา ดวงอาทิตย์จะถูกบังด้วยดวงจันทร์ทั้งดวง แต่ไม่ทาบสนิท จึงเห็นเป็นรูปวงแหวน
       
       สุริยุปราคาแบบวงแหวนนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ผู้สังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามืดพาดลงบนพื้นโลก แต่ดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกมาก จนเงามืดทอดยาวไม่ถึงโลก ทำให้เห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์
       
       สำหรับผู้ที่คาดว่าจะโชคดีทีได้เห็น “วงแหวนแห่งไฟ” ก็คือ ผู้ที่อยู่ในแถบมหาสมุทรอินเดีย โดยสามารถสังเกตสุริยุปราคาวงแหวนนานที่สุดถึง 7 นาที 56 วินาที แต่ภาพนี้ก็ได้รับการบันทึกที่เมืองบันดาร์ ลัมปุง (Bandar Lampung) บนเกาะชวา ห่างจากกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ไปนิดเดียว
       
       ส่วนผู้ที่อยู่ในบริเวณอื่นๆ อย่าง แอฟริกา มาดากัสการ์ ออสเตรเลีย อินเดียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ก็ได้เห็นเป็นเพียงสุริยุปราคาบางส่วน (Partial Solar Eclipse) ที่ผู้สังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามัว จึงเห็นดวงอาทิตย์สว่างเป็นเสี้ยว อย่างที่ได้ชมผ่านตาไปแล้ว
       
       อย่างไรก็ดี คราสครั้งสำคัญอีกครั้งในปีนี้ คือ “สุริยุปราคาเต็มดวง” ในเดือน ก.ค.2552 ซึ่งพื้นที่ที่จะสังเกตเห็นได้ทั้งหมดของปรากฏการณ์ คือ อินเดีย และ จีน (ทั้งคู่นับเป็นประเทศที่มีประชากรมากอันดับสูงสุดของโลก -- ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่า สุริยคราสครั้งนี้ น่าจะมีผู้ได้ชมมากที่สุดไปด้วย) อีกทั้งยังเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานกว่า 6 นาที นับว่ายาวนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21
       
       ระหว่างรอปรากฏการณ์ใหญ่แห่งศตวรรษ ก็ยังมีจันทรุปราคาเงามัว 2 ครั้ง เรียกน้ำย่อยกันไปก่อน คือ วันที่ 9 ก.พ.2552 ระหว่างเวลา 19.39-23.38 น.และอีกครั้งในวันที่ 7 ก.ค.2552 ระหว่างเวลา 15.38-17.39 น. โดยไม่เห็นในประเทศไทย

http://pics.manager.co.th/Images/552000000982502.JPEG

 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 41 42 43 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 201 - 205 จาก 214

Polls

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Who's Online

ขณะนี้มี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search