|
เขียนโดย Administrator
|
|
Tuesday, 17 November 2009 |
|

นาซาส่ง "แอตแลนติส" ออกปฏิบัติภารกิจสู่สถานีอวกาศส่งสเบียงเที่ยวสุดท้ายแห่งปี ยังเหลืออีก 5 เที่ยวในปีหน้า ก่อนจะปลดระวางฝูงยานทั้งหมด ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานรูปแบบเดิม พร้อมพาเหล่าผู้ใช้ทวิตเตอร์ผู้ติดตามทวีตของนาซา ร่วมชมการปล่อยยาน องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ปล่อยกระสวยอวกาศแอตแลนติส (Atlantis) ที่บรรทุกลูกเรือ 6 นาย ออกจากฐานปล่อยจรวดของศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) แหลมคานาเวอรัล มลรัฐฟอริดา มุ่งหน้าสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station) เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 17 พ.ย. 52 ตามเวลาในประเทศไทย "มีเพียง 10% เท่านั้นที่จะมีโอกาสเกิดสภาพอากาศย่ำแย่จนไม่สามารถปล่อยยานได้" เคที่ วินเทอร์ส (Kathy Winters) หัวหน้านักอุตุนิยมวิทยาประจำการปล่อยจรวด เผยก่อนหน้าเวลาปล่อยยานไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งสภาพอากาศก็เป็นใจให้ยานแอตแลนติสทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ตามกำหนดเวลา แต่ท้ายที่สุดการปล่อยยานก็ต้องหยุดเวลานับถอยหลังไปประมาณ 20 นาทีเพื่อตรวจสอบทางเทคนิคบางประการ แต่ท้ายที่สุดแอตแลนติสก็ได้ขึ้นสู่ท้องฟ้า สำหรับลูกเรือแอตแลนติสเที่ยวบินนี้เป็นชายล้วน ประกอบด้วย นาวาเอกชาร์ลี โฮบอห์ก (Marine Corps colonel Charlie Hobaugh) ผู้บังคับการ, แบร์รี วิลมอร์ (Barry E. Wilmore) นักบิน, ส่วนผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ ได้แก่ โรเบิร์ต แซตเชอร์ จูเนียร์ (Robert L. Satcher Jr.), ไมค์ โฟร์แมน (Mike Foreman), แรนดี้ เบรสนิก (Randy Bresnik) และ ลีแลนด์ เมลวิน (Leland Melvin) เอพีรายงานว่า ในจำนวนลูกเรือทั้งหมดนี้ วิลมอร์, แซตเชอร์ และเบรสนิก เพิ่งจะรับบทบาทลูกเรืออวกาศเป็นเที่ยวบินแรกด้วย นอกจากนั้นแซตเชอร์ ซึ่งเป็นแพทย์ศัลยกรรมกระดูก ก็จะทดลองผ่าตัดกระดูกในอวกาศเป็นครั้งแรกด้วย
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Tuesday, 17 November 2009 |
นาซาเผยระบบทุกอย่างมีความสมบูรณ์พร้อมเต็มที่ ก่อนหน้าการปล่อยกระสวยอวกาศแอตแลนติสขึ้นสู่อวกาศ เพื่อสร้างส่วนขยายให้สถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส
ผู้อำนวย การด้านการทดสอบขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซา บอกว่า การตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของกระสวยอวกาศแอตแลนติสล่าสุด ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ยานมีความสมบูรณ์ พร้อมที่จะทะยานออกจากฐานปล่อยที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี้ แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ตามกำหนดในวันนี้ เวลา 14.28 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 02.28 น.ของวันพรุ่งนี้ ตามเวลาบ้านเรา ขณะที่สภาพอากาศก็แจ่มใสท้องฟ้าเปิด
กระสวย อวกาศแอตแลนติสพร้อมลูกเรือ 6 นาย จะลำเลียงอุปกรณ์น้ำหนักหลายตันเดินทางไปปฏิบัติภารกิจสร้างสร้างส่วนขยาย ให้กับสถานีอวกาศนานาชาติ รวมถึงนำนิโคล สต็อตต์ นักบินอวกาศอีกคน กลับมายังพื้นโลก หลังปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีอวกาศนานาชาติมานานเกือบ 3 เดือน
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Sunday, 15 November 2009 |
|
นาซาเตรียมส่งยานแอตแลนติส พร้อมนักบินอวกาศขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติในวันจันทร์นี้
องค์การ บริหารการบินและอวกาศของสหรัฐ หรือนาซา มีกำหนดจะส่งยานแอตแลนติสขึ้นสู่ห้วงอวกาศในวันจันทร์นี้ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อนำชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ที่จำเป็น น้ำหนักรวมเกือบ 14 ตันขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส ซึ่งในครั้งนี้จะมีนักบินอวกาศเดินทางไปกับยานแอตแลนติส 6 คน นักบินชุดนี้มีกำหนดจะออกย่ำอวกาศ 3 ครั้ง ใช้เวลาปฏิบัติงานบนไอเอสเอส นาน 11 วัน ส่วนในการเดินทางกลับจะมีนักบินอวกาศ 1 คน ที่ประจำการอยู่บนไอเอสเอสตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเดินทางกลับมาด้วย พร้อมกับจะนำอุปกรณ์กลั่นปัสสาวะให้เป็นน้ำดื่มซึ่งชำรุดใช้การไม่ได้กลับมา ซ่อมแซม ก่อนที่จะส่งกลับขึ้นไปอีกครั้งพร้อมกับการส่งยานอวกาศในครั้งต่อไป
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Sunday, 15 November 2009 |
|
ภาพจากแสดงเศษซากฝุ่นที่กระจายฟุ้งขึ้นมาหลังถูกยานพุ่งชน 20 วินาที (ภาพประกอบจากนาซา) หลังปฏิบัติการยิงดวงจันทร์ ที่ทั่วโลกต่างจับตาด้วยใจระทึกผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงัดเป็นเวลาร่วมเดือน ล่าสุดนาซาได้ออกมาเปิดเผยผลวิเคราะห์ข้อมูล ปฏิบัติการดังกล่าวว่า ดวงจันทร์เต็มไปด้วยน้ำมากมาย นับเป็นบทเรียนใหม่ ที่จะเสริมความเข้าใจเรื่องดวงจันทร์แก่มนุษยชาติ เมื่อองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้เปิดเผยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากปฏิบัติส่งยาน “แอลครอส” (Lunar CRater Observation and Sensing Satellite: LCROSS) ยิงสำรวจน้ำบนดวงจันทร์เมื่อ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าพบน้ำจริงๆ ในถ้ำ “คาเบียส” (Cabeus) ซึ่งเป็นพื้นที่ในเงามืดถาวรบริเวณใกล้ๆ กับขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดย ยานเซนทอร์ (Centaur) ซึ่งเป็นจรวดท่อนบนของยานแอลครอสได้พุ่งตกกระทบถ้ำดังกล่าว แล้วทำให้เกิดฝุ่นละอองของสิ่งอยู่เบื้องล่างถ้ำพวยพุ่งออกมาเป็นรูปดอกเห็ด ที่มีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกในมุมสูงกว่าเป็นไอน้ำและฝุ่นละเอียดที่พวยพุ่งขึ้นมา ส่วนที่สองในมุมต่ำำกว่าเป็นม่านหมอกของสิ่งที่มีหนักกว่า และสิ่งที่พวยพุ่งขึ้นมานี้ไม่เคยเห็นแสงตะวันมาหลายพันล้านปีแล้ว
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 201 - 205 จาก 372 |