|
เขียนโดย Administrator
|
|
Saturday, 14 November 2009 |
|
ภาพด้านบนแสดงให้เห็นถึงการตรวจจับของเซนเซอร์ ของยาน LROSS (Lunar Crater Observation and Sensing Satellite) เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ครบ 100 วันการส่ง LCROSS ไปโคจรรอบดวงจันทร์ เมื่อวานนี้ทางนาซ่าก็ยิงจรวจที่ติดดั้งอยู่บนดาวเทียมพร้อมกับปล่อยให้ตัว ดาวเทียมตกกระทบพื้นดวงจันทร์ วันนี้นาซ่าก็แถลงผลวิคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนดาวเทียมว่า ฝุ่นที่กระจายขึ้นมานั้นมีน้ำประมาณ 90 ลิตร
การยืนยันนี้ได้มาจากเซ็นเซอร์ NIR (Near Infrared) โดยอาศัยการวัดค่า spectrum ของแสงก่อนการชน และหลังการชน เพื่อเทียบสัดส่วนของพลังงานในย่านต่างๆ พบว่าย่าน 300nm นั้นมีพลังงานสูงขึ้นมาเป็นการยืนยันว่ามี hydroxyl อยู่ในฝุ่นที่ลอยขึ้นมานั้น
ก่อนหน้านี้ข้อมูลจากกล้องฮับเบิลเคยแสดงข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจจะมีไฮดรอกซิลในฝุ่นที่ลอยขึ้นมา แต่ช่วงเวลาที่แถลงข่าวนั้นยังไม่มีการยืนยัน
ขนาดหลุมที่เกิดขึ้นจากการพุ่งชนมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20-30 เมตร (60-100 ฟุต)
สำหรับการสังเกตการพวยฝุ่นที่ทางนาซ่าคาดว่าน่าจะใช้อุปกรณ์สมัครเล่นทำ ได้นั้นกลับไม่สามารถทำได้เนื่องจากสภาพอากาศ แต่ทางนาซ่าก็ได้ถ่ายภาพไว้แล้ว
ที่มา - NY Times
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Monday, 09 November 2009 |
|
ภาพด้านซ้าย ดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) ประธานาธิบดีของรัสเซีย ศึกษาเอกสารระหว่างเข้าร่วมงานประชุมด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีอวกาศ
รัสเซียวางแผนสร้างยานอวกาศพลังงาน นิวเคลียร์ แม้ไม่ได้ระบุชัดว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร แต่คาดจะพัฒนาเพื่อนำส่งคนสู่ดาวอังคาร โดยมีเทคโนโลยีสั่งสมมาแต่ยุคโชเวียต ซึ่งคาดว่าจะนำมาปัดฝุ่นเพื่อพัฒนาต่อยอดได้ อนาโตลี เปอร์มินอฟ (Anatoly Perminov) ผู้อำนวยการองค์การอวกาศรัสเซียได้รายงานต่อที่ประชุมของรัฐบาลรัสเซียถึง แบบเบื้องต้นของยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์ ว่าจะพร้อมในปี พ.ศ.2555 จากนั้นจะใช้เวลาอีก 9 ปีและเงินอีก 21,000 ล้านบาทเพื่อสร้างยาน ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี “การลงมือทำโครงการนี้ จะทำให้เราไปถึงเทคโนโลยีใหม่ที่เหนือกว่าการพัฒนาของต่างชาติ” เปอร์มินอฟกล่าวไว้ในการประชุมด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีอวกาศ ขณะที่ ดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) ประธานาธิบดีของรัสเซียก็ผลักดันให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาความจำเป็นในการให้ ทุนพัฒนา พร้อมกล่าวว่าโครงการนี้สำคัญมาก และรัสเซียจำเป็นต้องหาเงินเพื่อโครงการนี้ อย่างไรก็ดี เอพีระบุว่าความทะเยอทะยานของผู้อำนวยการองค์การอวกาศรัสเซียนั้น ดูจะขัดกับสถานภาพของโครงการอวกาศในปัจจุบัน และคล้ายจะต้องการของบพิเศษจากรัสบาลมากกว่าให้รายละเอียดโครงการ ทั้งนี้รัสเซียใช้จรวดนำส่งโซยุซและแคปซูลอวกาศมานานกว่า 40 เพื่อส่งลูกเรือไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งการพัฒนาจรวดและยานอวกาศขึ้นมาทดแทนของเก่านั้นถูกลากยาวออกไปโดยที่ยัง ไม่เห็นว่าที่สุดจะลงเอยอย่างไร จากประเด็นดังกล่าวเอพีวิจารณ์ว่าเปอร์มินอฟให้ความเห้นในทำนองที่ ยานอวกาศเอนกประสงค์นั้นเป็นโครงการยิ่งใหญ่ที่เป็นหนึ่งเดียว แต่ก็ก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้เพียงเล็กน้อย
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Monday, 09 November 2009 |
 บริษัท ดีไซน์ เกทเวย์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือข่ายสมาชิกของสมาคมสมองกลฝังตัวไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงบนชิ ป FPGA ได้พัฒนา SATAIP สำหรับเขียนอ่านข้อมูลกับฮาร์ดดิสก์ หรือ SSD (Sold State Drive) ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 280 MB/s สำหรับการอ่าน และ 220 MB/s สำหรับการเขียนต่อ 1 ตัว จนได้รับความไว้วางใจจากองค์การนาซา (NASA) เพื่อนำไปใช้เป็นตัวควบคุมหลักสำหรับเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ลงบน SSD ซึ่งติดตั้งในจรวดสำรวจอวกาศขององค์การนาซา ซึ่งเป็นเพียงบริษัทหนึ่งจากประเทศไทย ที่สามารถพัฒนาระบบประมวลผลที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้สำเร็จ และสามารถแข่งขันได้บนเวทีระดับโลก นอกจากองค์การนาซาแล้ว ทางบริษัทยังมีบริษัทในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ได้สั่งซื้อเพื่อไปใช้ในระบบประมวลผลข้อมูลความเร็วสูงต่างๆ เป็นต้น SATAIP ได้ถูกออกแบบให้สามารถรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่น ๆ ผ่าน SATA Protocol ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะติดต่อกับฮาร์ดดิสก์ SSD หรือจะติดต่อกับพีซีทั่วไปก็ได้ โดยใช้ SATAIP ตัวเดียวกัน และบนชิป FPGA 1 ตัวนี้สามารถติดตั้ง SATAIP พร้อมกันได้สูงสุดถึง 8 ตัว ซึ่งด้วยความสามารถนี้จะทำให้ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้มีสมรรถนะในการเขียนอ่านข้อมูลได้สูงกว่า 1.76 GB/s (220 MB/s x 8) จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการเก็บข้อมูลภาพขนาดใหญ่ ข้อมูลวีดีโอที่มีความละเอียดสูงมาก หรือระบบการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงได้
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Sunday, 08 November 2009 |
ญี่ปุ่นมีแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์นอกโลกภายในปี 2573 โดยใช้แสงเลเซอร์ หรือคลื่นไมโครเวฟ ส่งพลังงานมายังพื้นโลก
ทาง การญี่ปุ่นระดมเอกชนและนักวิจัยร่วมโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในอวกาศ ตามแผนแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทมิตซูบิชิ เฮฟวี อินดันตรีส์ หนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมโครงการชี้ว่า แสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาดที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือในอวกาศ และเชื่อว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาขาดแคลนพลังงานและโลกร้อน
โครงการ โรงไฟฟ้าอวกาศใช้แผงโซลาร์เซลล์ขนาดหลายตารางกิโลเมตรเป็นตัวรับแสงอาทิตย์ ซึ่งจะมีความเข้มข้นมากกว่าแสงที่ส่องถึงพื้นโลกอย่างน้อย 5 เท่า และใช้แสงเลเซอร์หรือคลื่นไมโครเวฟถ่ายทอดพลังงานที่ผลิตได้ มายังจานรับคลื่นขนาดยักษ์ ซึ่งอาจติดตั้งไว้ในทะเล หรืออ่างเก็บน้ำ โดยองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น ยืนยันว่า เทคโนโลยีส่งพลังงานด้วยแสงเลเซอร์ หรือคลื่นไมโครเวฟ มีความปลอดภัย
เบื้องต้นนักวิจัยตั้งเป้าที่จะ พัฒนาโรงไฟฟ้าอวกาศขนาด 1 กิกะวัตต์ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพเทียบเท่าโรงไฟฟ้าปรมาณูขนาดกลาง แต่มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าต้นทุนปัจจุบันถึง 6 เท่า และในลำดับต่อไปมีแผนจะส่งดาวเทียมสู่วงโคจรระดับต่ำ เพื่อทดสอบการส่งพลังงานด้วยคลื่นไมโครเวฟ รวมทั้งทดสอบโรงไฟฟ้าขนาด 10 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าต้นแบบขนาด 250 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายผลิตกระแสไฟฟ้าราคาถูก
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 206 - 210 จาก 372 |