|
เขียนโดย Administrator
|
|
Thursday, 08 October 2009 |
|

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซา เตรียมยิงจรวดไปพุ่งชนกับพื้นผิวของดวงจันทร์ภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่า แอลครอส เพื่อพิสูจน์ดูว่าบนดวงจันทร์นั้นมีน้ำอยู่หรือไม่
โดย จรวดจะพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ด้วยความเร็ว 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะเจาะทะลุพื้นผิวดวงจันทร์ลงไปราว 13 ฟุต ปฏิบัติการนี้จะมีขึ้นในเวลา 15.30 น. วันพรุ่งนี้ ขณะที่ดาวเทียมในห้วงอวกาศจะทำหน้าที่จับภาพหลังจรวดพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งจะทำให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบได้ว่าบนดวงจันทร์มีอนุภาคของน้ำอยู่หรือ ไม่
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Thursday, 08 October 2009 |
นักดาราศาสตร์ค้นพบวงแหวนล้อมรอบดวงจันทร์ “ฟีบี” (Phoebe) ซึ่งเป็นบริวารที่มีขนาดเล็กและอยู่ห่างไกลของดาวเสาร์ นับเป็นวงแหวนที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยจักรวาล
วารสารเนเจอร์ รายงานว่า ดวงจันทร์ “ฟีบี” ซึ่งมีขนาดเล็กวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้เพียง 214 กิโลเมตร มีเศษฝุ่นผงล้อมรอบเป็นรูปทรงกลม วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ประมาณ 13 ล้านกิโลเมตร ซึ่งถ้ามองเห็นวงแหวนดังกล่าวได้จากโลก จะมีขนาดประมาณ 2 เท่า ของดวงจันทร์เต็มดวง
นักดาราศาสตร์ 3 คน ของสหรัฐ นำโดย แอน เวอร์บิสเซอร์ จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ใช้กล้องโทรทรรศน์สปิทเซอร์ ซึ่งโคจรอยู่รอบโลก ส่องดูอวกาศรอบดวงจันทร์ฟีบี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และรู้สึกประหลาดใจที่เห็นวงแหวนขนาดใหญ่ที่สุดในสุริยจักรวาล ใหญ่กว่าวงแหวน “กอสซาเมอร์” ล้อมรอบดาวพฤหัสบดี และวงแหวน “อี” ล้อมรอบดาวเสาร์
อย่างไรก็ตาม วงแหวนล้อมรอบดวงจันทร์ “ฟีบี” บางกว่าวงแหวนของดาวเคราะห์ทั้งสองดวงนี้ และดูเหมือนจะประกอบด้วยฝุ่นผงจากหินที่เกิดจากการชนกันอย่างรุนแรงของดวง จันทร์ขนาดเล็ก
นักดาราศาสตร์คาดว่า วงแหวนดังกล่าวอาจนำไปสู่คำอธิบายความลึกลับของดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ซึ่งมีลักษณะสองสี คือ ขาวกับดำ โดยอาจเป็นไปได้ว่าฝุ่งผงเหล่านี้หมุนเป็นขดและฉาบพื้นผิวด้านหนึ่งของดวง จันทร์ ทำให้มีลักษณะทึบ ส่วนอีกด้านหนึ่งที่ไม่ถูกฉาบจะมีความสว่างจึงเกิดเป็น 2 สี หรืออีกทฤษฎีหนึ่งเกิดจากการแยกตัวของอุณหภูมิ โดยด้านมืดของดวงจันทร์เกิดมาจากการดูดซับแสงอาทิตย์ ทำให้พื้นผิวมีอุณหภูมิสูงเพียงพอที่จะทำให้น้ำแข็งกลายเป็นไอ ไอน้ำที่ลอยขึ้นไปในอากาศจะเกิดการควบแน่นในบริเวณแหล่งความเย็นที่ใกล้ที่ สุดเกิดเป็นความสว่างเมื่อต้องแสงอาทิตย์ ส่วนด้านมืด ซึ่งสูญเสียน้ำแข็งเพราะความร้อน ก็จะยิ่งมืดลง
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Wednesday, 07 October 2009 |
|
ในวันพรุ่งนี้ (8 ตุลาคม 2552) 16:34 น .สถานีอวกาศนานาชาติ หรือ International Space Station (ISS) จะทำการติดต่อกับเด็กนักเรียนในประเทศมาเลเซีย ขณะโคจรผ่านแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในการติดต่อกันระหว่างสถานีอวกาศนานาชาติกับ นักเรียนในครั้งนี้ สามารถรับฟังเสียงนักบินอวกาศได้เกือบตลอดการติดต่อ ที่ความถี่ 145.800 MHz ทั้งประเทศไทย รายละเอียดวิธีการฟังการติดต่อและข้อมูลเบื้องต้นของ ISS อ่านที่นี่
ทั้งนี้การติดต่อระหว่างนักบินอวกาศและ นักเรียนใน มาเลเซียครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 10 นาที เท่านั้น
ภาพด้านบนคือภาพการติดต่อ สถานีวิทยุสมัครเล่นที่ทำหน้าที่ เชื่อมสัญญาณการติดต่อในครั้งนี้คือ 9M2RPN ตำแหน่งที่ตั้งสถานี ตำแหน่งปัจจุบันของสถานีอวกาศฯ *realtime ตำแหน่งจริง* ภาพสถานีวิทยุสมัครเล่น 9M2RPN สถานีภาคพื้นดิน ที่ทำการติดต่อนักบินอวกาศ
ข่าวโดย ชวลิต CR...
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 07 October 2009 )
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Saturday, 03 October 2009 |
|

ยานโซยุซนำลูกเรือชุดใหม่และนักท่องเที่ยวอวกาศแคนาดาถึงสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว มหาเศรษฐีชาวแคนาดา เจ้าของคณะละครสัตว์ชื่อดัง “ซีร์ก ดู โซเลย” ซึ่งท่องอวกาศไปบนยานโซยุซของรัสเซีย เดินทางถึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) แล้ว
ยานโซยุซ ทีเอ็ม-16 นำนายกี ลาลิแบร์ต วัย 50 ปี มหาเศรษฐีอดีตนักเล่นกลพ่นไฟ พร้อมกับนักบินอวกาศชาวรัสเซียและสหรัฐ เดินถึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) แล้วเมื่อวานนี้ หลังทะยานจากพื้นโลกที่ฐานปล่อยในคาซัคสถาน เมื่อวันพุธ
นายลาลิแบร์ต นับเป็นนักท่องเที่ยวอวกาศรายที่ 7 ของโลก โดยมีรายงานว่า เขาจ่ายเงินค่าท่องอวกาศครั้งนี้ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,190 ล้านบาท) เขาระบุด้วยว่า จะใช้เวลา 12 วัน บนสถานีไอเอสเอส ทำให้นักบินบนสถานีฯ หัวเราะสนุกสนานกัน ทั้งนี้ นายลาลิแบร์ต มีกำหนดเดินทางกลับถึงโลกในวันที่ 10 ต.ค.นี้.
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 231 - 235 จาก 372 |