สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่าจีนเสร็จสิ้นการทำแผนที่ 3 มิติพื้นผิวทั้งหมดของดวงจันทร์แล้ว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะนำยานอวกาศลงจอดภายในปี 2555 และส่งมนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ในราวปี 2563จีนสร้าง แผนที่ความละเอียดสูง 3 มิติของดวงจันทร์จากภาพถ่ายที่ได้จากกล้องบนยานอวกาศลำแรกที่จีนส่งขึ้นไป Chang'e 1 สำรวจดวงจันทร์ในเดือนตุลาคม 2550 นายหลิว เซียนหลิน จากสถาบันสำรวจและทำแผนที่ของจีน กล่าวว่า แผนที่จะช่วยนักวิทยาศาสตร์ศึกษาลักษณะของพื้นผิวดวงจันทร์และสร้างความเข้า ใจลักษณะทางธรณีวิทยาและวิวัฒนาการเฉิน หยงชี อาจารย์คณะสำรวจธรณีของมหาวิทยาลัยฮ่องกง โพลิเทคนิค กล่าวว่า แผนที่เป็นก้าวสำคัญสู่การนำยานอวกาศไปลงจอดในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จะสามารถเลือกสถานที่นำยานลงจอด และเข้าใจโครงสร้างของดวงจันทร์ได้ดีขึ้น ส่วนวัตถุประสงค์ต่อไปก็คือเข้าใจดินและการกระจายตัวของแร่ธาตุบนดวงจันทร์นายเฉิน ระบุว่า จีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกซึ่งประกอบด้วยสหรัฐ รัสเซีย ญี่ปุ่น และอินเดียที่ทำแผนที่ดวงจันทร์
สวิตเซอร์แลนด์ส่งดาวเทียมดวงแรกของประเทศ "สวิสคิวบ์" เล็กจิ๋วเพียง 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร หนักแค่ 8 ขีด ผลงานสร้างและออกแบบของนักศึกษา 200 คน ไว้ศึกษาการเรืองของชั้นบรรยากาศที่เกิดจากรังสีคอสมิคและก๊าวในชั้น บรรยากาศโลก ต้นทุนแค่ 20 ล้านบาท อายุใช้งาน 3 เดือน - 1 ปี
สวิตเซอร์แลนด์ประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมดวงแรกของประเทศ เมื่อวันที่ 24 ก.ย.52 ผ่านมา จากฐานปล่อยจรวดในอินเดีย ความพิเศษของดาวเทียมดวงนี้คือเป็นผลงานการออกแบบและสร้างของนักศึกษาร่วม 200 คน จากสถาบันโพลีเทคนิคแห่งเมืองโลซานน์ (Ecole Polytechnique Fédérale de Lausanne) สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งร่วมกันพัฒนาดาวเทียมจิ๋ว เป็นรุปทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร และหนักเพียง 820 กรัม ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับดาวเทียมอื่นๆ เพียง 20 ล้านบาท ดาว เทียมดวงนี้มีชื่อว่า "สวิสคิวบ์" (SwissCube) ซึ่งถูกส่งขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ในการสังเกตปรากฏการณ์ "ชั้นบรรยากาศเรืองแสง" (airglow) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เรืองแสงในชั้นบรรยากาศของดาว เนื่องจากการปะทะของรังสีคอสมิคในชั้นบรรยากาศด้านบน และการเรืองแสงเนื่องจากปฏิกิริยาเคมี ที่มีสาเหตุหลักๆ จากออกซิเจนและไนโตรเจนทำปฏิกิริยากับไอออนของไฮดรอกซิลที่ระดับความสูงหลาย ร้อยกิโลเมตร ซึ่งดาวเทียมสัญชาติสวิสนี้จะช่วยให้นักศึกษาและนักวิจัยเข้าใจปรากฏการณ์ นี้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในรอบกลางวัน-กลางคืน