|
เขียนโดย Administrator
|
|
Friday, 07 May 2010 |
|
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซ่า เปิดไฟเขียวให้ยานอวกาศแอตแลนติสเดินทางไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานา ชาติเป็นเวลา 12 วัน เพื่อขนอุปกรณ์ไปติดตั้ง รวมทั้งส่วนประกอบของห้องวิจัยขนาดเล็กของรัสเซีย ซึ่งหากสภาพอากาศอำนวยยยานแอตแลนติสจะถูกปล่อยออกจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้ใน รัฐฟลอริดาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เวลาประมาณ 01.20 น. ตามเวลาประเทศไทย.
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Thursday, 06 May 2010 |
|

เครื่องตรวจวัดอนุภาคเอเอ็มเอส ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงแม่เหล็กใหม่ให้ใช้งานได้นานออกไป 10-18 ปี ตามนดยบายยืดอายุการใช้งานสถานีอวกาศของนายบารัค โอบามา (บีบีซีนิวส์) นักวิทยาศาสตร์วางแผนเปลี่ยนถังฮีเลียมเหลว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องตรวจวัดอนุภาคบนสถานีอวกาศ ที่จะนำขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศ เพื่อยืดอายุให้เครื่องตรวจวัดทำงานต่อไปได้ 3-18 ปี สอดรับนโยบายขยายเวลาใช้งานสถานีอวกาศของประธานาธิบดีโอบามา เครื่องตรวจวัดดังกล่าวคือ อัลฟาแมกเนติคสเปคโตรมิเตอร์ (Alpha Magnetic Spactrometer) หรือเครื่องตรวจวัดเอเอ็มเอส (AMS) ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้ตรวจหาปฏิสสาร (Anti-matter) และสัญญาณบ่งชี้สสารมืด (Dark matter) และด้วยช่องสัญญาณกว่า 300,000 ช่อง บีบีซีนิวส์ระบุว่า เครื่องตรวจวัดอนุภาคเอเอ็มเอสจะผลิตข้อมูลจำนวนมากแล้วส่งกลับมายังโลกผ่าน สัญญาณวิทยุ และเครื่องตรวจวัดยังมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่จะย่อยข้อมูลระหว่างอยู่ในวง โคจร ซูเปอร์คอมพิวเตอร์นี้ จะทำให้เครื่องตรวจวัดอนุภาคนี้ต้องการกำลังไฟหล่อเลี้ยง 2.5 กิโลวัตต์ ซึ่งหากเป็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ของดาวเทียมทั่วไปคงไม่อาจตอบสนองความต้องการ ไฟฟ้ามากขนาดนี้ได้ แต่สำหรับสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว สามารถผลิตไฟฟ้าเลี้ยงอุปกรณ์ภายในได้ถึง 100 กิโลวัตต์
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Wednesday, 05 May 2010 |
|
กล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์จันทรา ก่อนถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ (เครดิตภาพ NASA)
นอกจาก "ฮับเบิล" กล้องโทรทรรศน์อวกาศอันเป็นตำนานการสำรวจห้วงจักรวาลของมนุษยชาติ และครองความสำเร็จยาวนานมา 20 ปี ยังมีกล้องโทรทรรศน์อวกาศอื่นๆ ในครอบครองของนาซาที่ช่วยให้เรามองออกไปในอวกาศได้ไกลขึ้น ด้วยรูปแบบและความสามารถของกล้องที่แตกต่างกัน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble) เป็นกล้องโทรทรรศน์เชิงแสง ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ที่มีบทบาทต่อวงการดาราศาสตร์มานานถึง 20 ปี แต่ในอวกาศยังมีกล้องโทรทรรศน์อวกาศอื่นๆ อีก - กล้องโทรทรรศน์รังสีเอ็กซ์จันทรา (Chandra X-ray Observatory) บันทึกภาพอวกาศในย่านรังสีเอ็กซ์ ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจโครงสร้างและวิวัฒนาการของเอกภพมากยิ่งขึ้น เริ่มปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 1999 มีอายุการใช้งาน 5 ปี แต่ยืดออกไปได้นาน 15 ปี - กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) บันทึกภาพในย่านรังสีอินฟราเรดที่ช่วงความยาวคลื่น 3-180 ไมครอน ซึ่งไม่สามารถสังเกตจากบนพื้นโลกได้ ช่วยให้นักดาราศาสตร์บันทึกภาพอวกาศในบริเวณที่มีกลุ่มก๊าซและฝุ่นหนาแน่น แต่มีรังสีอินฟราเรดเล็ดลอดออกมาได้ ขณะที่กล้องโทรทรรศน์ ในย่านที่ตามองเห็นไม่สามารถบันทึกได้ เช่น บริเวณใจกลางกาแล็กซี แหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ เป็นต้น โดยกล้องนี้ถูกส่งขึ้นไปเมื่อ 25 ส.ค.2003 - กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler Mission) เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศของนาซา ถูกส่งขึ้นไปเมื่อ 7 มี.ค. 2009 มีหน้าที่ค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกในระบบสุริยะอื่นของกาแล็กซีทางช้างเผือก เพื่อค้นหาบริเวณที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต (habitable zone) และสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่อาจมีอยู่บนดาวดวงอื่น และกล้องเคปเลอร์ยังช่วยให้นักดาราศาสตร์ทราบตำแหน่งที่ตั้งของระบบสุริยะ ของเราในกาแล็กซีทางช้างเผือกด้วย - กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope: JWST) เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่จะสานต่อภารกิจของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล มีกำหนดขึ้นสู่อวกาศในปี 2014 โดยภารกิจหลักคือการค้นหากาแล็กซีที่เกิดขึ้นในยุคเริ่มต้นของเอกภพ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดระเบิดบิ๊กแบง (Big Bang) กับกาแล็กซีทางช้างเผือกและระบบสุริยะของเรา
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Tuesday, 04 May 2010 |
|

มาดเท่ๆ ของ โรโบนอท ทู หรือ อาร์ทู หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่นาซาและจีเอ็มร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นผู้ช่วย นักบินอวกาศกาศในระหว่างปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศ (นาซา) นักบินอวกาศกำลังจะมีเพื่อนใหม่ เป็นจักรกลอัจฉริยะ เมื่อนาซาเตรียมส่งหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ตัวแรกขึ้นไปประจำการบนสถานีอวกาศ นานาชาติปลายปีนี้ อนาคตอาจพัฒนาให้สามารถทำภารกิจเสี่ยงภัยแทนมนุษย์ได้ โรโบนอท ทู (Robonaut 2) หรือ อาร์ทู (R2) เป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ตัวแรกที่องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) พัฒนาขึ้นร่วมกับบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส หรือจีเอ็ม (General Motors: GM) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยที่สามารถปฏิบัติงานได้ เหมือนมนุษย์ ไม่ว่าจะทำหน้าที่เป็นนักบินอวกาศหรือเป็นแรงงานในโรงงานของบริษัทดังกล่าว ทั้งนี้ นาซามีแผนที่จะส่งหุ่นยนต์อาร์ทูขึ้นไปประจำการบนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นการ ถาวรในเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้ โดยไปกับเที่ยวบินที่ STS-133 ซึ่งเป็นเที่ยวบินของยานดิสคัฟเวอรี (Discovery) และเที่ยวบินสุดท้ายก่อนที่นาซาจะปลดระวางกระสวยอวกาศ 3 ลำ ได้แก่ แอตแลนติส เอนเดฟเวอร์ และดิสคัฟเวอรี ในการส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปบนสถานีอวกาศครั้งแรกนี้ วิศวกรจะเฝ้าสังเกตว่าหุ่นยนต์ว่าปฏิบัติงานในสภาวะไร้น้ำหนักเป็นอย่างไร บ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษแรกที่สถานีอวกาศนานาชาติขึ้นสู่ห้วงอวกาศก็ผ่านการทดสอบ การเป็นที่พักพิงให้กับมนุษย์ระบบอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกันในการก่อสร้าง ซ่อมบำรุงสถานีอวกาศ และทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เช่นกัน อาร์ทูจะถูกจำกัดให้ปฏิบัติภารกิจอยู่ในส่วนของห้องแล็บเด สทินี (Destiny laboratory) เท่านั้น แต่ในอนาคตจะมีการปรับปรุง พัฒนา และการดัดแปลงอาร์ทูเพื่อให้หุ่นยนต์ดังกล่าวสามารถเคลื่อนที่ไปได้อย่าง อิสระทั้งภายในหรือภายนอกสถานีอวกาศ
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 36 - 40 จาก 273 |