|
เขียนโดย Administrator
|
|
Tuesday, 12 April 2011 |
|

ดาวที่กาการินเอ่ยชมว่า "งดงาม" เมื่อยามเป็นมนุษย์คนแรก เดินทางผู้เดียวในอวกาศ (ISS Expedition 7 Crew, EOL, NASA) วันที่ 12 เม.ย.1961 นับเป็นวันที่ "ยูริ อะเลคเสเยวิช กาการิน" (Yuri Alexseyevich Gagarin) เดินทางออกสู่นอกโลก เป็นครั้งแรกของตัวเขาและของมวลมนุษยชาติ ระหว่างที่ยานวอสตอก 1 นำพาเขาห่างออกไปจากโลกที่ระยะ 200 ไมล์ พร้อมทั้งวนโคจรรอบโลก กาการินได้รายงานภาพที่ประจักษ์แก่สายตาสู่ศูนย์ควบคุมในโซเวียตว่า "ท้องฟ้ามืดสนิท โลกเป็นสีน้ำเงินเขียวใส ทุกสิ่งทุกอย่างมองได้อย่างชัดเจน" ในห้วง 50 ปีก่อนนั้น คงไม่มีผู้ใดจินตนาการตามกาการินได้ และนี่คือภาพที่บันทึกไว้ในปี 2003 จากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ที่เชื่อว่าเป็นมุมมองเดียวกับที่กาการินเห็น และบรรยายไว้ในวันที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้แก่วงการอวกาศโลก
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Tuesday, 12 April 2011 |
|

12 เม.ย. นับเป็นอีกวันสำคัญของวงการอวกาศ ซึ่งมี 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันนี้ เริ่มจากความสำเร็จของอดีตสหภาพโซเวียตเมื่อ 50 ปีก่อน ที่แซงหน้าทุกชาติ ด้วยการส่งมนุษย์คนแรกขึ้นสู่วงโคจร หลังจากนั้นอีก 2 ทศวรรษทางฟากสหรัฐฯ "นาซา" ได้ส่ง "โคลัมเบีย" นับเป็นกระสวยอวกาศแบบใหม่ลำแรก ขึ้นไปโคจรรอบโลก ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) นักบินอวกาศของอดีตสหภาพโซเวียต คือมนุษย์คนแรก ที่ได้ขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์บนอวกาศ ระหว่างการโคจรรอบโลกไปพร้อมกับยานวอสตอก 1 (Vostok 1) ทุกคนรู้จักเขาดี และวันที่ 12 เม.ย.2011 นี้เป็นวันครบรอบ 50 ปี ในการขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกของมนุษยชาติ การทะยานฟ้าครั้งนั้น ฟิสิกส์โออาร์จี ระบุว่า กาการินที่เดินทางไปพร้อมกับยานวอสตอก 1 จากฐานปล่อยจรวดเมืองไบโคนัวร์นั้น ไม่ได้ยินเสียงนับถอยหลัง เหมือนแบบฉบับของอเมริกัน พอสิ้นเสียง “ไปกันเลย!” เขาก็ทะยานฟ้าขึ้นไปโคจรรอบโลก 1 รอบ และสัมผัสประสบการณ์ในอวกาศนาน 108 นาที ลำดับเหตุการณ์ในวันประวัติศาสตร์ ของวงการอวกาศเมื่อวันที่ 12 เม.ย.1961 ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงมอสโกว์ ดังนี้
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Monday, 11 April 2011 |
ขณะที่นาซาทยอยปลดระวาง กระสวยอวกาศของตัวเอง ทางภาคเอกชนสหรัฐฯ ก็ออกมาประกาศสร้างจรวดขนส่งที่บรรทุกสัมภาระได้มากกว่ายานขนส่งใดๆ ในยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ โดยกำหนดตารางทดสอบครั้งแรกในปี 2013 เอกชนรายดังกล่าวคือ สเปซ เอกซ์พลอเรชัน เทคโนโลยี (Space Exploration Technology) หรือ สเปซเอกซ์ (Space X) ซึ่งมีประสบการณ์ส่งจรวดและแคปซูล เข้าสู่วงโคจรโลกแบบเชิงพาณิชย์มาแล้ว โดยทั้งสำนักข่าวเอพีและไซแอนทิฟิกอเมริกันได้รายงานว่า เอกชนรายนี้ตั้งเป้าผลิตจรวดที่สามารถขนส่งสัมภาระขึ้นสู่วงโคจร ได้มากกว่ากระสวยอวกาศขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ถึง 2 เท่า จรวดดังกล่าวมีชื่อว่า “ฟอลคอนเฮฟวี” (Falcon Heavy) ซึ่งออกแบบให้มีขนาดใหญ่พอ ที่ขนส่งสัมภาระหรือผู้คนออกจากวงโคจรของโลก มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ หรือแม้กระทั่งดาวเคราะห์น้อยและดาวอังคารที่อยู่ไกลออกไป ถ้านับแล้วมีเพียงจรวดแซทเทิร์น วี (Saturn V) ของนาซาที่เคยส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ในยุคอะพอลโล (Saturn V) เท่านั้นที่แบกสัมภาระได้มากกว่าจรวดลำใหม่ของสเปซเอกซ์ "ฟอลคอนเฮฟวี" สามารถบรรทุกสัมภาระหนักถึง 53,000 กิโลกรัมขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำได้ ขณะที่จรวดขนส่งในปัจจุบัน ทั้งกระสวยอวกาศของนาซาที่กำลังจะปลดระวาง จรวดเดลตา 4 (Delta 4) ที่บริหารโดยโบอิง (Boeing) และลอคฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin) และจรวดเอเรียน 5 (Ariane 5) ขององค์การอวกาศยุโรป (อีซา) บรรทุกสัมภาระได้ประมาณ 20,000-25,000 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนแซทเทิร์น 5 ที่ปลดระวางไปนานแล้วนั้นขนสัมภาระได้ถึง 118,000 กิโลกรัม
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Wednesday, 23 March 2011 |
|

“ยานเมสเซนเจอร์” ของนาซาเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธได้สำเร็จ นับเป็นการเข้าใกล้ดาวเคราะห์ดวงที่ 1 อย่างที่สุดของชาวโลก เปิดฉากการทำความรู้จักกับดาวที่มีสภาพอากาศแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งเย็นสุดขั้วและร้อนสุดแรง พร้อมส่งตัวอย่างภาพพื้นผิวดาวบางส่วนกลับมา หวังใช้เป็นแนวทางศึกษาโลกอื่น ที่โคจรใกล้ดาวฤกษ์แม่ใกล้ชิดเช่นดาวพุธ ด้วยเหตุที่ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก จึงเป็นดาวเคราะห์ที่เป็นอุปสรรคต่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพราะแค่อุณหภูมิพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้ก็สามารถหลอมละลายตะกั่วได้ ดังนั้น ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายดังกล่าว ยานเมสเซนเจอร์ (Messenger) ของ องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) จึงต้องติดตั้งฉนวนเพื่อป้องกันแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ แม้แต่เครื่องมือ ที่จะใช้สำรวจผิวดาวเบื้องล่าง ยังต้องได้รับการปกป้องไม่ให้ได้รับความเสียหายจากความร้อนสูงจากผิวดาวที่ สะท้อนขึ้นมา ตามรายงานของสำนักข่าวบีบีซีนิวส์แห่งอังกฤษ อีริค ฟินเนอร์แกน (Eric Finnegan) วิศวกรระดับหัวหน้า ในโครงการส่งยานเมสเซนเจอร์ จากห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Laboratory) ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) กล่าวว่า ทุกคนต่างมีความสุข และโห่ร้องด้วยความยินดี เมื่อพวกเขาสามารถส่งยานเข้าไปใกล้ดาวพุธมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ตอนนี้ยานเมสเซนเจอร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 46 ล้านกิโลเมตร และห่างจากโลกประมาณ 155 ล้านกิโลเมตร ก่อนเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธนี้ ยานเมสเซนเจอร์ได้ผ่านเข้าใกล้ดาวเคราะห์ทั้งหมด 6 ครั้ง โดยผ่านโลก 1 ครั้ง ผ่านดาวศุกร์ 2 ครั้ง และผ่านดาวพุธอีก 3 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อควบคุมความเร็ว เมื่อยานเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ และแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดวงอาทิตย์
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 46 - 50 จาก 372 |