Live NASA TV

http://img.spacethai.net/images/nasatv.jpg
 




NASA Image Of The Day

Panorama of the East Coast
NASA Image Of The Day
03 Feb 2012
800x6001024x768Large
มุมที่ "ยูริ กาการิน" เห็น เมื่อ 50 ปีก่อน
เขียนโดย Administrator   
Tuesday, 12 April 2011

http://img.spacethai.net/images/554000rnr.jpg

ดาวที่กาการินเอ่ยชมว่า "งดงาม" เมื่อยามเป็นมนุษย์คนแรก เดินทางผู้เดียวในอวกาศ (ISS Expedition 7 Crew, EOL, NASA)

       วันที่ 12 เม.ย.1961 นับเป็นวันที่ "ยูริ อะเลคเสเยวิช กาการิน" (Yuri Alexseyevich Gagarin) เดินทางออกสู่นอกโลก เป็นครั้งแรกของตัวเขาและของมวลมนุษยชาติ
       
       ระหว่างที่ยานวอสตอก 1 นำพาเขาห่างออกไปจากโลกที่ระยะ 200 ไมล์ พร้อมทั้งวนโคจรรอบโลก กาการินได้รายงานภาพที่ประจักษ์แก่สายตาสู่ศูนย์ควบคุมในโซเวียตว่า "ท้องฟ้ามืดสนิท โลกเป็นสีน้ำเงินเขียวใส ทุกสิ่งทุกอย่างมองได้อย่างชัดเจน"
       
       ในห้วง 50 ปีก่อนนั้น คงไม่มีผู้ใดจินตนาการตามกาการินได้ และนี่คือภาพที่บันทึกไว้ในปี 2003 จากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ที่เชื่อว่าเป็นมุมมองเดียวกับที่กาการินเห็น และบรรยายไว้ในวันที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้แก่วงการอวกาศโลก

 
12 เม.ย.วันสำคัญทางอวกาศ ของ 2 คู่ฟัด “สหรัฐฯ-รัสเซีย”
เขียนโดย Administrator   
Tuesday, 12 April 2011

http://img.spacethai.net/images/5540000048.jpg

12 เม.ย. นับเป็นอีกวันสำคัญของวงการอวกาศ ซึ่งมี 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันนี้ เริ่มจากความสำเร็จของอดีตสหภาพโซเวียตเมื่อ 50 ปีก่อน ที่แซงหน้าทุกชาติ ด้วยการส่งมนุษย์คนแรกขึ้นสู่วงโคจร หลังจากนั้นอีก 2 ทศวรรษทางฟากสหรัฐฯ "นาซา" ได้ส่ง "โคลัมเบีย" นับเป็นกระสวยอวกาศแบบใหม่ลำแรก ขึ้นไปโคจรรอบโลก
      
       ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) นักบินอวกาศของอดีตสหภาพโซเวียต คือมนุษย์คนแรก ที่ได้ขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์บนอวกาศ ระหว่างการโคจรรอบโลกไปพร้อมกับยานวอสตอก 1 (Vostok 1) ทุกคนรู้จักเขาดี และวันที่ 12 เม.ย.2011 นี้เป็นวันครบรอบ 50 ปี ในการขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกของมนุษยชาติ
      
       การทะยานฟ้าครั้งนั้น ฟิสิกส์โออาร์จี ระบุว่า กาการินที่เดินทางไปพร้อมกับยานวอสตอก 1 จากฐานปล่อยจรวดเมืองไบโคนัวร์นั้น ไม่ได้ยินเสียงนับถอยหลัง เหมือนแบบฉบับของอเมริกัน
      
       พอสิ้นเสียง “ไปกันเลย!” เขาก็ทะยานฟ้าขึ้นไปโคจรรอบโลก 1 รอบ และสัมผัสประสบการณ์ในอวกาศนาน 108 นาที
      
       ลำดับเหตุการณ์ในวันประวัติศาสตร์ ของวงการอวกาศเมื่อวันที่ 12 เม.ย.1961 ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงมอสโกว์ ดังนี้

 
SpaceX "สเปซเอ็กซ์” ประกาศสร้างจรวดเอกชน บรรทุกได้มากกว่านาซา 2 เท่า
เขียนโดย Administrator   
Monday, 11 April 2011
http://img.spacethai.net/images/5540000047.jpgขณะที่นาซาทยอยปลดระวาง กระสวยอวกาศของตัวเอง ทางภาคเอกชนสหรัฐฯ ก็ออกมาประกาศสร้างจรวดขนส่งที่บรรทุกสัมภาระได้มากกว่ายานขนส่งใดๆ ในยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ โดยกำหนดตารางทดสอบครั้งแรกในปี 2013
       
       เอกชนรายดังกล่าวคือ สเปซ เอกซ์พลอเรชัน เทคโนโลยี (Space Exploration Technology) หรือ สเปซเอกซ์ (Space X) ซึ่งมีประสบการณ์ส่งจรวดและแคปซูล เข้าสู่วงโคจรโลกแบบเชิงพาณิชย์มาแล้ว โดยทั้งสำนักข่าวเอพีและไซแอนทิฟิกอเมริกันได้รายงานว่า เอกชนรายนี้ตั้งเป้าผลิตจรวดที่สามารถขนส่งสัมภาระขึ้นสู่วงโคจร ได้มากกว่ากระสวยอวกาศขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ถึง 2 เท่า
       
       จรวดดังกล่าวมีชื่อว่า “ฟอลคอนเฮฟวี” (Falcon Heavy) ซึ่งออกแบบให้มีขนาดใหญ่พอ ที่ขนส่งสัมภาระหรือผู้คนออกจากวงโคจรของโลก มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ หรือแม้กระทั่งดาวเคราะห์น้อยและดาวอังคารที่อยู่ไกลออกไป
       
       ถ้านับแล้วมีเพียงจรวดแซทเทิร์น วี (Saturn V) ของนาซาที่เคยส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ในยุคอะพอลโล (Saturn V) เท่านั้นที่แบกสัมภาระได้มากกว่าจรวดลำใหม่ของสเปซเอกซ์
       
       "ฟอลคอนเฮฟวี" สามารถบรรทุกสัมภาระหนักถึง 53,000 กิโลกรัมขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำได้ ขณะที่จรวดขนส่งในปัจจุบัน ทั้งกระสวยอวกาศของนาซาที่กำลังจะปลดระวาง จรวดเดลตา 4 (Delta 4) ที่บริหารโดยโบอิง (Boeing) และลอคฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin) และจรวดเอเรียน 5 (Ariane 5) ขององค์การอวกาศยุโรป (อีซา) บรรทุกสัมภาระได้ประมาณ 20,000-25,000 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนแซทเทิร์น 5 ที่ปลดระวางไปนานแล้วนั้นขนสัมภาระได้ถึง 118,000 กิโลกรัม
 
“เมสเซนเจอร์” เข้าสู่วงโคจร พร้อมส่งภาพพื้นผิวดาวพุธแบบชัดๆ
เขียนโดย Administrator   
Wednesday, 23 March 2011

http://img.spacethai.net/images/5540000038.jpg

“ยานเมสเซนเจอร์” ของนาซาเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธได้สำเร็จ นับเป็นการเข้าใกล้ดาวเคราะห์ดวงที่ 1 อย่างที่สุดของชาวโลก เปิดฉากการทำความรู้จักกับดาวที่มีสภาพอากาศแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งเย็นสุดขั้วและร้อนสุดแรง พร้อมส่งตัวอย่างภาพพื้นผิวดาวบางส่วนกลับมา หวังใช้เป็นแนวทางศึกษาโลกอื่น ที่โคจรใกล้ดาวฤกษ์แม่ใกล้ชิดเช่นดาวพุธ
      
       ด้วยเหตุที่ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก จึงเป็นดาวเคราะห์ที่เป็นอุปสรรคต่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพราะแค่อุณหภูมิพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้ก็สามารถหลอมละลายตะกั่วได้ ดังนั้น ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายดังกล่าว ยานเมสเซนเจอร์ (Messenger) ของ องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) จึงต้องติดตั้งฉนวนเพื่อป้องกันแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์
      
       แม้แต่เครื่องมือ ที่จะใช้สำรวจผิวดาวเบื้องล่าง ยังต้องได้รับการปกป้องไม่ให้ได้รับความเสียหายจากความร้อนสูงจากผิวดาวที่ สะท้อนขึ้นมา ตามรายงานของสำนักข่าวบีบีซีนิวส์แห่งอังกฤษ
      
       อีริค ฟินเนอร์แกน (Eric Finnegan) วิศวกรระดับหัวหน้า ในโครงการส่งยานเมสเซนเจอร์ จากห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Laboratory) ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) กล่าวว่า ทุกคนต่างมีความสุข และโห่ร้องด้วยความยินดี เมื่อพวกเขาสามารถส่งยานเข้าไปใกล้ดาวพุธมากที่สุดเท่าที่ทำได้
      
       ตอนนี้ยานเมสเซนเจอร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 46 ล้านกิโลเมตร และห่างจากโลกประมาณ 155 ล้านกิโลเมตร ก่อนเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธนี้ ยานเมสเซนเจอร์ได้ผ่านเข้าใกล้ดาวเคราะห์ทั้งหมด 6 ครั้ง โดยผ่านโลก 1 ครั้ง ผ่านดาวศุกร์ 2 ครั้ง และผ่านดาวพุธอีก 3 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อควบคุมความเร็ว เมื่อยานเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ และแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดวงอาทิตย์

 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 46 - 50 จาก 372

Polls

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Who's Online

ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search