Live NASA TV

http://img.spacethai.net/images/nasatv.jpg
 




NASA Image Of The Day

Panorama of the East Coast
NASA Image Of The Day
03 Feb 2012
800x6001024x768Large
แปลก! พายุสุริยะรุนแรง ช่วยปกป้องนักบินอวกาศจากรังสีคอสมิก
เขียนโดย Administrator   
Thursday, 24 February 2011
http://img.spacethai.net/images/5540000024.jpgเป็นเรื่องแปลกทีเดียว หลังจากที่ดวงอาทิตย์เกิดการลุกจ้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 4 ปี โดยเป็นความรุนแรงถึงระดับ “คลาสเอกซ์” ระดับความรุนแรงสูงสุดของกิจกรรมบนดวงอาทิตย์ แต่กลับทำให้นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศได้รับรังสีน้อยลง
       
       เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่เราชาวโลกกำลังอยู่ในบรรยากาศคาบเกี่ยวกับช่วงวันวาเลนไทน์ ได้เกิดพายุสุริยะ (solar storm) ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี ซึ่งได้ส่งคลื่นการแผ่รังสี และอนุภาคมีประจุที่เคลื่อนที่เร็วสูงพุ่งตรงมายังโลก และดวงอาทิตย์ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง แม้กระทั่งวันที่ 18 ก.พ.2011 ที่ผ่านมา จนยังเกิดการปะทุครั้งใหญ่อีกครั้ง
       
       พายุสุริยะที่มีความเข้มสูงขนาดนั้น สามารถทำอันตรายต่อนักบินอวกาศได้ หากแต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ฉนวนป้องกันบนสถานีอวกาศและสนามแม่เหล็กโลกนั้น ได้ช่วยปกป้องนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติหรือไอเอสเอส (International Space Station: ISS) ได้เป็นอย่างดี
       
       นอกจากนี้ สเปซด็อทคอมยังรายงานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอีกว่า การปะทุรุนแรงของดวงอาทิตย์เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของนักบินอวกาศ ด้วยการช่วยผลักอันตรายจากรังสีคอสมิกพลังงานสูงนอกระบบสุริยะให้ออกไปไกลๆ ด้วย
       
       “จริงๆ แล้วมันช่วยให้ลูกเรือได้รับรังสีในปริมาณน้อยลง มากกว่าที่จะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ รังสีคอสมิคจากกาแลกซีนั้น เป็นปัญหาใหญ่กว่าสำหรับเรา” แฟรงก์ คูซินอตตา (Frank Cucinotta) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ในโครงการรังสีอวกาศ (Space Radiation Program) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) กล่าว
 
ควันหลงวาเลนไทน์ “สตาร์ดัสต์” เดทดาวหาง “เทมเพล1” โดยบังเอิญ
เขียนโดย Administrator   
Friday, 18 February 2011
http://img.spacethai.net/images/5540000021.jpgนาซาส่ง “สตาร์ดัสต์” เก็บข้อมูล “เทมเพล1” หลังเคยส่งยานไปปะทะดาวหางเมื่อเกือบ 6 ปีก่อนในปฏิบัติการ “ดีพอิมแพค” และในภารกิจล่าสุดนี้ นักวิทยาศาสตร์คาดหวังได้ข้อมูลว่า ก้อนน้ำแข็งยักษ์นี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
       
       ในช่วงเวลาใกล้เที่ยงของวันที่ 15 ก.พ.2011 ตามเวลาประเทศไทยยานสตาร์ดัสต์ (Stardust) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้เข้าไปใกล้ดาวหางเทมเพล 1 (Tempel 1) ในระยะประมาณ 400,000 กิโลเมตร ก่อนที่เคลื่อนที่ผ่านกันไป แต่เนื่อง จากเวลาทางฝั่งตะวันตกยังอยู่ในช่วงบรรยากาศของวันที่ 14 ก.พ.อันเป็นวันวาเลนไทน์ ปฏิบัติการครั้งนี้จึงถูกเปรียบให้เป็น "การเดทกันระหว่างดาวหางกับยานสำรวจ"
       
       ความเร็วในการเคลื่อนที่ของยานสตาร์ดัสต์อยู่ที่วินาทีละ 10.9 กิโลเมตร ซึ่งการเข้าใกล้ดาวหางเทมเพล1 ครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นพื้นผิวของดาวหาง หลังจากที่เคยเห็นครั้งสุดท้ายจากการปะทะโดยยาน “ดีพอิมแพค” (Deep Impact) เมื่อเดือน ก.ค.2005 ซึ่งหลังจากนั้นดาวหางดวงนี้ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ครบรอบพอดี และนักวิทยาศาสตร์กำลังตั้งหน้าที่จะสำรวจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดาว หาง
       
       เมื่อปี 2005 ยานดีพอิมแพคได้ยิงวัตถุขนาดพอๆ กับเครื่องซักผ้าได้ปะทะเข้ากับดาวหางเทมเพล 1 เพื่อศึกษาองค์ประกอบของดาวหาง แต่เนื่องจากยานผ่านดาวหางไปอย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้เห็นหลุมที่เกิดจากการปะทะครั้งนั้น
       
       หากแต่ยานสตาร์ดัสต์ที่รับภารกิจเสริมในครั้งนี้กลับได้เห็น หลุมดังกล่าว และยังได้เห็นด้วยว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงกับดาวหางดวงนี้เมื่อโคจรรอบดวง อาทิตย์ ทั้งนี้ ยิ่งดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากเท่าไร ยิ่งสูญเสียสสารมากเท่านั้น เมื่อน้ำแข็งในดาวหางและอนุภาคฝุ่นหลุดลอยสู่อวกาศ
       
       ระหว่างการพบกันโดยบังเอิญนี้ ยานสตาร์ดัสต์ต้องเผชิญเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ เนื่องจากยานอยู่ห่างจากโลกมาเกินกว่าจะได้รับคำสั่งอย่างทันท่วงที หนึ่ง ในนั้นคือการปกป้องยานจากอนุภาคของดาวหางที่อาจมาปะทะได้ และอีกเหตุการณ์สำคัญอยู่ในช่วง 4 นาทีที่ยานได้เข้าใกล้ดาวหางมากที่สุด ซึ่งยานจะเริ่มส่งภาพข้อมูลวิทยาศาสตร์ของนิวเคลียสดาวหาง
 
Surrey Satellite Technology Limited (SSTL) เตรียมส่งแอนดรอยด์ android สู่อวกาศ ระดับดาวเทียม
เขียนโดย Administrator   
Wednesday, 02 February 2011

Surrey Satellite Technology Limited (SSTL) เตรียมส่งแอนดรอยด์ android สู่อวกาศ ระดับดาวเทียม หลังข่าวที่กูเกิลส่งโทรศัพท์มือถือ Nexus S สู่ขอบอวกาศ

http://img.spacethai.net/images/phonesatel.jpg

ไม่นานมานี้เราได้เห็นข่าวที่กูเกิลส่งโทรศัพท์มือถือ Nexus S สู่ขอบอวกาศไป คราวนี้ทีมวิศวกรจากสหราชอาณาจักรเตรียมที่จะส่งโทรศัพท์มือถือขึ้นไปบ้าง แต่เป็นความสูงระดับหลายร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว

ทีมวิศวกรที่ Surrey Satellite Technology Limited (SSTL) จะส่งโทรศัพท์มือถือขึ้นไปเพื่อทดลองว่า โทรศัพท์จะสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมอวกาศหรือไม่ โดยจะใช้โทรศัพท์แอนดรอยด์ แต่ยังไม่ระบุว่าจะเป็นรุ่นใด

โทรศัพท์ที่ส่งขึ้นไปนั้นจะไม่มีการแก้ไขตัวฮาร์ดแวร์ใดๆ แต่จะใส่ในเคสป้องกันการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็วและการแผ่รังสี

นอกจากจะดูว่าโทรศัพท์สามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมระดับนั้นหรือไม่แล้ว ทีมวิศวกรยังต้องการทดสอบว่า สมาร์ตโฟนปัจจุบันสามารถใช้ควบคุมดาวเทียมได้หรือไม่ โดยในช่วงแรกจะใช้เป็นแบ็กอัพเครื่องคอมพิวเตอร์หลักของดาวเทียม ก่อนจะเข้าควบคุมดาวเทียมในภายหลัง

Chris Bridges จาก Surrey Space Centre ให้ความเห็นว่า หากโทรศัพท์มือถือสามารถทำงานในอวกาศได้ ก็จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศนี้ทีเดียว

ที่มา – BBC News

 
นาซ่ารับสมัครเด็กจาก 25 นครใหญ่ทั่วโลกฝึกภารกิจนักบินอวกาศ
เขียนโดย Administrator   
Sunday, 23 January 2011
http://img.spacethai.net/images/2920090129.jpgนัก บินอวกาศคนใดที่คิดวางแผนที่จะทำการสืบพันธุ์นอกโลก อาจต้องคิดอีกครั้ง หลังผลการทดลองกับปลาม้าลายพบว่า การมีเซ็กซ์ระหว่างการเดินทางในอวกาศอาจทำให้เป็นอันตรายต่อทารกได้

น.ส.ทามาร่า ฟรานซ์-โอเดอนาล และทีมนักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเมาท์ เซนต์วินเซนท์ เมืองฮาลิแฟกซ์ ประเทศแคนาดา นำไข่ปลาม้าลายที่ได้รับการผสมเทียม ไปใส่ไว้ในเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพ ซึ่งถูกจำลองสภาวะไร้น้ำหนักโดยการหมุนอุปกรณ์ดังกล่าวด้วยความเร็วเกินปกติ และทิ้งไข่ไว้ในอุปกรณ์ดังกล่าวนาน 10-14 ชม. หลังจากที่ทำการผสมเทียม จนกระทั่งเกิดการพัฒนากระดูก และกระดูกอ่อนบริเวณส่วนกะโหลกของมัน

เมื่อตัวอ่อนฟักตัว เจ้าหน้าที่ทำการเป่าพวกมันให้แห้ง และเปรียบเทียบกับปลาที่ไม่ได้ผ่านการทดลองในสภาวะไร้น้ำหนัก พบว่าปลาที่ผ่านการทดลอง เกิดการแตกหักของกระดูกในส่วนที่เป็นกรามของปลา หรือบริเวณกระดูกอ่อนที่รองรับเหงือกของพวกมัน ที่ทำหน้าที่คล้ายกับกรามของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะปรากฏในภายหลังในวงจรชีวิตของปลาเช่นกัน ภายในเวลาไม่กี่เดือน กระดูกบริเวณฐานกระโหลกของมันก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ ที่พบว่าปลาม้าลายที่ถูกนำไปไว้ในเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพได้รับผลกระทบในระบบ การทรงตัว และส่งผลให้ปลาตายเร็วกว่าปกติเช่นกัน

องค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซ่า ได้รับสมัครนักเรียนจากนครใหญ่ 25 แห่งทั่วโลก จำนวน 3,700คน เข้ารับการฝึกแบบเดียวกับนักบินอวกาศ

โดยโครงการนำร่อง ซึ่งใช้เวลา 6สัปดาห์ ที่เรียกว่า 'ภาระกิจ เอ็กซ์ : ฝึกแบบเดียวกับนักบินอวกาศ' ( Mission X: Train Like an Astronaut ) ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะสอนพฤติกรรมการรับประทานและการออกกำลัง กายอย่างมีสุขภาพ ให้กับเด็ก ๆ ที่มีอายุระหว่าง 8 -12 ปี

เด็ก นักเรียนที่เข้าร่วม ยังจะต้องแข่งขันกันทำคะแนนในด้านทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลในเชิงวิทยา ศาสตร์ และการทำงานเป็นทีม ในขณะที่พวกเขาต้องเข้ารับการฝึกเท็คนิคเพื่อความแข็งแกร่งของร่างกาย , ฝึกความอดทน , การทรงตัว และความสอดคล้องในการเคลื่อนไหว ซึ่งจะเป็นประเภทเดียวกับทักษะที่ฝึกให้กับนักบินอวกาศ ในระหว่างการเข้ารับการอบรมสำหรับการเดินทางไปยังอวกาศ

สำหรับ ประเทศที่รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพคัดเลือกทีม เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรียและโคลัมเบีย โดยของสหรัฐ เป็นนักเรียนจำนวน 800คน อายุระหว่าง 9-10 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่เกรด 4ที่คอลเลจ สเตชั่น อินดิเพนเด๊นท์ สคูล ในเมืองคอลเลจ สเตชั่น รัฐเท็กซัส

นอกจากนั้น เมื่อปี 2006 นาซ่าได้ทำการทดลองโดยนำหนู 16 ตัว ขึ้นไปพร้อมกับยานอวกาศ STS-131 และพบว่ารังไข่ของพวกมันหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปได้ว่าระบบการสืบพันธุ์ของพวกมันถูก"ปิดตาย"โดยสิ้น เชิง
 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 56 - 60 จาก 372

Polls

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Who's Online

ขณะนี้มี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search