|
โคตรเพชรจักรวาล 10,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000 กะรัต
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Friday, 17 September 2010 |

นักดาราศาสตร์ต้องตื่นตะลึง เมื่อค้นพบดาวเพชรที่มีน้ำหนักถึง 10 พันล้านล้านล้านล้านล้านกะรัต ส่องประกายแวววับในอวกาศอยู่ไกลจากโลกเป็นระยะทางประมาณ 50 ปีแสง ในหมู่ดาวเซนทอรัส
มันเป็นดาวที่เป็นก้อนผลึก คาร์บอนยักษ์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางโต 4,000 กม. เป็นแก่นของดาวฤกษ์ เก่าที่เคยเป็นดวงอาทิตย์มาก่อน แต่ค่อยซีดและยุบตัวลงแล้ว
นักดารา ศาสตร์ตั้งชื่อให้ว่า "ลูซี่" เหมือน อย่างกับเพลงของเดอะ บิทเทิลส์ "ลูซี่ อิน เดอ สกาย วิทธ ไดมอนด์ส" ในขณะที่นักดาราศาสตร์เทรวิส เมตแคล์ฟ แห่งศูนย์ดาราศาสตร์สมิธโซเนียน หัวหน้าคณะกล่าวว่า ช่างเจียระไนจะต้องมีแว่นขยายขนาดโตเท่ากับดวงอาทิตย์ ถึงจะใช้เจียระไนได้
ดาว เพชรอวกาศดวงนี้ มีชื่อทางหลักวิชาว่า "BPM 37093" อันที่จริงเป็นดาวแคระขาวที่ตกผลึก เป็นแกนอันร้อนแรงของดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ซากที่เหลือของดาวฤกษ์ หลังจากที่เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หมดลง อันว่าดาวแคระนั้นไม่แต่เพียงส่องแสง หากยังสามารถส่งเสียงก้องกังวานเหมือนกับระฆังได้ เนื่องจากคงสั่นระริกอยู่เสมอ "เราเชื่อว่าแกนคาร์บอนข้างในของดาวแคระ ได้แข็งตัวเป็นเพชรก้อนยักษ์ ที่สุดของจักรวาลไปแล้ว". |
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Monday, 13 September 2010 |
|
สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ว่า นายดักลาส วีลล็อค ได้ฉลองการทวิตเตอร์ครบ 100 ครั้งของเขา ด้วยการบันทึกภาพแสงในห้วงอากาศ และส่งตรงมายังศูนย์อวกาศนาซา เพื่อให้นำไปโพสต์แพร่ภาพ โดยภาพเหล่านี้ถูกบันทึกที่สถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งอยู่เหนือโลก 240 ไมล์

นายดักลาส ยังได้ส่งข้อความระบุว่า แด่การทวิตครั้งที่ร้อยของบผม แด่ความงดงามทั้งมวลของโลกเรา ผมรู้สึกประหม่าจริงๆ เมื่อผมมีโอกาสได้ดูการเริงระบำของแสงออร่า มันช่างตื่นเต้นยินดีอย่างมาก และว่า ผมหวังว่า มนุษย์จะไม่สูญเสียความรู้สึกสงสัย เพราะนั่นคือมรดกผลักดันให้ชนรุ่นลูกเราเกิดความกระหายที่จะค้นคว้าและสำรวจ

รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ นักบินนาซาผู้นี้ ยังได้เคยบันทึกภาพอันตะลึงของเฮอริเคน"เอิร์ล"เมื่อเดือนที่แล้ว และยังทวิตรูปเมืองต่าง ๆ หลายแห่งในยามราตรีด้วย
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Sunday, 12 September 2010 |
ญี่ปุ่น ปล่อยดาวเทียมระบุตำแหน่งบนพื้นโลกหรือ จีพีเอส ที่ผลิตขึ้นเองลูกแรกสู่วงโคจรในอวกาศเพื่อปรับปรุงความแม่นยำของการบอก ตำแหน่งในประเทศ
ดาวเทียมระบุตำแหน่งบนพื้นโลก หรือ จีพีเอส ซึ่งมีชื่อว่า "มิชิบิกิ" แปลว่า "นำ" ในภาษาญี่ปุ่น ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศโดยจรวดเอชไอไอเอ จากศูนย์อวกาศในเมืองทาเนกาชิมาโดยญี่ปุ่นผลิตดาวเทียมดวงนี้เอง และเป็นดวงแรกในดาวเทียม จีพีเอส สามดวงที่ญี่ปุ่นวางแผนจะส่งขึ้นไปโคจรในอวกาศเพื่อพัฒนาระบบจีพีเอส ส่วนอีกสองดวงยังไม่ได้กำหนดว่าจะส่งขึ้นไปเมื่อใด
เมื่อดาวเทียมทั้งสามดวงถูกส่งขึ้นไปครบและทำงานเต็มที่ ทางการคาดว่า จะช่วยปรับปรุงความแม่นยำของระบบจีพีเอสในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นจากระดับ ปัจจุบันที่มีความคลาดเคลื่อนประมาณ 10 เมตร ถึง 1 เมตรหรืออาจจะน้อยกว่านั้น
โดยการปล่อยจรวดเอชไอไอเอเพื่อนำดาวเทียมสู่วงโคจรในอวกาศครั้งนี้เป็นความ สำเร็จครั้งที่ 12 ติดต่อกันของหน่วยงานด้านอวกาศของญี่ปุ่น หรือ จาซ่า ในการปล่อยจรวดประเภทนี้
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Tuesday, 07 September 2010 |
|
ภาพ แสดงแผงเซลล์แสงอาทิตย์และแขนกลของยานฟีนิกซ์ขณะขุดตัวอย่างดินขึ้นมา วิเคราะห์ (NASA/JPL-Caltech/University of Arizona/Texas A&M University/ไซน์เดลี) แม้ยานฟีนิกซ์จะหยุดปฏิบัติ การบนดาวอังคารไปแล้ว เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์เสียหาย แต่ข้อมูลที่ยานส่งมาก่อนหน้านี้ยังมีประโยชน์ต่อนักวิทยาศาสตร์ ล่าสุดนาซาให้ทุนวิเคราะห์ข้อมูลจากยานเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นดินและชั้นบรรยากาศบนดาวแดง รวมถึงการเกิดน้ำด้วย ยานฟินิกซ์ (Phoenix) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) จอดนิ่งอยู่บนขั้วเหนือของดาวอังคารตั้งแต่เดือน พ.ย.2008 ซึ่งวิศวกรของนาซาไม่สามารถติดต่อกับยานได้ เนื่องจากฤดูหนาวบนดาวอังคารทำให้แผงจ่ายพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์เสียหาย และภาพถ่ายจากยานอวกาศที่โคจรรอบดาวอังคารเผยให้เห็นความเสียหายบนแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ของยานฟีนิกซ์ อย่างไรก็ดี ข้อมูลของยานฟีนิกซ์ไม่ได้ตายตามยานไปด้วย โดยล่าสุดสเปซด็อทคอมรายงานว่า นาซาได้ให้ทุนแก่ ศ.วินเซนต์ เชฟริเออร์ (Vincent Chevrier) นักวิจัยจากศูนย์อวกาศและศาสตร์ระหว่างดวงดาวอาร์คันซัส (Arkansas Center for Space and Planetary Sciences) มหาวิทยาลัยอาร์คันซัส (University of Arkansas) สหรัฐฯ เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนที่ยานจะหยุดปฏิบัติการ ทั้งนี้ ยานฟีนิกซ์ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือน พ.ค.2008 และปฏิบัติภารกิจที่สำเร็จยาวนานเกินคาดหมายจากที่วางแผนไว้เพียง 3 เดือน โดยยานได้ลำเลียงอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างบนดาวอังคารเพื่อค้นหาสัญญาณว่า สภาพแวดล้อมบนดาวเคราะห์แดงนี้จะเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์หรือ ไม่ ด้านเชฟริเวอร์คาดหวังที่จะทำความเข้าใจให้ดีขึ้นว่า พิ้นดินของดาวอังคารนั้นมีอันตรกริยากับชั้นบรรยากาศอย่างไร ซึ่งรวมถึงอันตรกริยาที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นด้วย โดยเขาจะวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้น การนำไฟฟ้า ตัวแปรและสภาพยอมความร้อน (heat permittivity) ของดินบนดาวอังคาร ซึ่งสภาพยอมความร้อนนั้นเป็นความสามารถของวัสดุในการส่งผ่านสนามไฟฟ้า
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 07 September 2010 )
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 96 - 100 จาก 372 |