Live NASA TV

http://img.spacethai.net/images/nasatv.jpg
 




NASA ส่ง Super-Pressure Balloon ขึ้นแตะขอบอวกาศ PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   
Friday, 16 January 2009

บอลลูน ของนาซาและมูลนิธิวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ถูกทำให้พองขึ้นก่อนปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศที่บริเวณสถานีแมคมัวร์ดู (ภาพมูลนิธิวิทยาศาสตร์/ไซน์เดลี)
       "นาซา" จับมือมูลนิธิวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ทำต้นแบบ "สุดยอดบอลลูนความดันสูง" ทดสอบสำเร็จเหนือแอนตาร์กติกา เปิดศักราชใหม่สำหรับการวิจัยวิทยาศาสตร์ ในชั้นบรรยากาศสูงๆ โดยบอลลูนต้นแบบสามารถนำการทดลองขึ้นไปแตะขอบอวกาศได้นานถึง 100 วันหรือมากกว่า
      
       ไซน์เดลีรายงานว่า องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) และมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐฯ (National Science Foundation : NSF) ได้ร่วมกันพัฒนา "สุดยอดบอลลูนความดันสูง" (super-pressure balloon) ปริมาตรเกือบ 2 แสนลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นบอลลูนที่มีความดันยิ่งยวดและมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปล่อยลอย ขึ้นฟ้า โดยมีการทดสอบไปเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.51 ที่ผ่านมา ณ สถานีแมคมัวร์ดู (McMurdo Station) ซึ่งเป็นศูนย์ในการขนส่งของมูลนิธิวิทยาศาสตร์ที่แอนตาร์กติกา
      
       จากการทดลองสุดยอดบอลลูนฯ ลอยขึ้นฟ้าได้สูงกว่า 33,800 เมตร และรักษาระดับการบินได้นานถึง 11 วัน ซึ่งการทดลองดังกล่าวเป็นการทดสอบความแข็งแรงและการทำงานของบอลลูนรูปฟักทอง ที่มีเพียงหนึ่งเดียว และได้ใช้วัสดุพิเศษเป็นแผ่นฟิล์มโพลีเอธีลีนที่มีความหนาพอๆ กับพลาสติกห่ออาหารทั่วไป และหากการพัฒนาสิ้นสุดนาซาจะได้บอลลูนที่มีปริมาตรกว่า 6 แสนลูกบาศก์เมตร ซึ่งขนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สู่ระดับความสูงเดียวกันนี้ อันเป็นระดับที่สูงกว่าระดับการโดยสารเครื่องบิน 3-4 เท่า
      
       "การปล่อยบอลลูนเที่ยวทดสอบนี้ นับเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความสามารถใหม่แก่บอลลูน เพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนพื้นฐานวิศวกรรมทางเสียงและการพัฒนา เชิงปฏิบัติการ โดยทีมพัฒนาได้ทำให้สุดยอดบอลลูนยกเครื่องมือที่หนักถึง 1 ตันขึ้นสู่ความสูง 33,800 เมตรได้และทำให้เห็นว่าพวดเขามาถูกทางแล้ว" ดับเบิลยู เวอร์นอน โจนส์ (W. Vernon Jones) นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของนาซาด้านงานวิจัยใต้วงโคจรแห่งสำนักงานใหญ่ใน วอชิงตันกล่าว
      
       สำหรับการทดลองที่ใช้บอลลูนซึ่งมีความทนทานยาวนานเป็นพิเศษนั้นมี ตุ้นทุนถูกกว่าใช้ดาวเทียม และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ส่งขึ้นไปนั้นสามารถกู้กลับคืนมาได้แล้วนำส่ง ขึ้นไปใหม่ ทำให้ทีมวิจัยคิดถึงสถานีสำหรับการทดลองที่ระดับสูงๆ
      
       " ทีมพัฒนาบอลลูนของเรา ภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จครั้งใหญ่ในเที่ยวทดสอบนี้ และพวกเขาต่างมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าการพัฒนาความสามารถของบอลลูนให้ลอยได้ นานขึ้นเป็นเดือน เพื่อรองรับการสังเกตการณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งจากเที่ยวทดสอบฉายภาพให้เห็นว่าเที่ยวบิน 100 วันของการบรรทุกสัมภาระปริมาณมากๆ คือเป้าหมายที่แท้จริง" เดวิด เพียซ (David Pierce) หัวหน้าสำนักงานโครงการบอลลูน (Balloon Program Office) ในเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ ของนาซากล่าว
      
       นอกจากสุดยอดบอลลูนเที่ยวทดสอบนี้ ยังมีการทดลองบอลลูนที่มีความทนทานอื่นๆ อีก 2 เที่ยวในช่วงปี 2551-2552 ได้แก่ บอลลูนของมหาวิทยาลัยฮาวายที่มานัว (University of Hawaii Manoa) สหรัฐฯ ซึ่งส่งบอลลูนขึ้นไปพร้อมกล้องโทรทรรศน์วิทยุเมื่อ 21 ธ.ค.51 ที่ผ่านมาเพื่อสำรวจร่องรอยของอนุภาคนิวทริโนพลังงานสูงที่อาจจมาจากนอกกา แลกซีทางช้างเผือกของเรา
       
       และบอลลูนของมหาวิทยาลัยแมร์รีแลนด์ (University of Maryland) สหรัฐฯ ที่ส่งขึ้นไปเมื่อ 19 ธ.ค.51 และกลับเพิ่งลงมาเมื่อ 6 ม.ค.52 นี้ เพื่อวัดอนุภาคที่ให้รังสีคอสมิคซึ่งส่งมายังโลกโดยตรง หลังการระเบิดซูเปอร์โนวาสักแห่งในทางช้างเผือกของเราเอง
      
       สำหรับสุดยอดบอลลูนความดันสูงนี้ นับเป็นไฮไลท์ของสภาวิจัยแห่งสหรัฐฯ ในการสำรวจแห่งทศวรรษเรื่อง "ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ในสหัสวรรษใหม่" (Astronomy and Astrophysics in the New Millennium) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงสภาพแวดล้อมใกล้อวกาศเพื่องานทางด้านวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีในราคาไม่แพง
      
       ทั้งนี้นาซาและมูลนิธิวิทยาศาสตร์ได้นำทดสอบบอลลูนเพื่อการทดลอง วิทยาศาสตร์ระหว่างฤดูร้อนของแอนตาร์ติก โดยมูลนิธิวิทยาศาสตร์รับผิดชอบในการจัดการโครงการแอนตาร์กติกของสหรัฐฯ และสนับสนุนด้านการขนส่งเพื่องานด้านวิทยาศาสตร์ในแอนตาร์กติกาทั้งหมดของ สหรัฐฯ

 

Add comment


Security code
Refresh

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search