|
จันทรายานส่งเรดาร์ลงสำรวจหลุมมืดที่สุดบนดวงจันทร์ ได้เป็นครั้งแรก |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Saturday, 24 January 2009 |
|

ภาพถ่ายภายในบริเวณหลุม Haworth ที่ถ่ายไว้โดยเรดาร์ Mini-SAR ของจันทรายาน 1 วางพาดภาพของหลุม Haworth ที่สังเกตได้จากบนโลกโดยกล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาว Arecibo Observatory (นาซา) จันทรายานส่งเรดาร์ลงสำรวจหลุมที่มืดสุดบน ดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรก พร้อมส่งภาพมาให้นักวิทยาศาสตร์บนโลกได้ตื่นเต้น เตรียมค้นหาความลับของหลุมบนดวงจันทร์ ที่สังเกตจากโลกไม่ได้ พร้อมขุดหาร่องรอยน้ำแข็งขั้วโลกดวงจันทร์ เรดาร์ขนาดเล็ก มินิเอสเออาร์ (Mini-SAR) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ที่เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ชิ้นสำคัญ สำหรับการสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ของจันทรายาน 1 (Chandrayaan-1) ยานสำรวจดวงจันทร์ลำแรกขององค์กรวิจัยอวกาศอินเดีย (Indian Space Research Organization: ISRO) ได้ผ่านการทดสอบการเริ่มต้นบินสำรวจไปได้ด้วยดี พร้อมกับส่งภาพถ่ายพื้นผิวในหลุมบนดวงจันทร์ที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้จาก โลกเพราะถูกเงามืดบดบังอยู่ตลอดเวลา ตามรายงานของสเปซด็อตคอมระบุว่า มินิเอสเออาร์ถ่ายภาพบริเวณดังกล่าวได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 51 ซึ่งอยู่ภายในหลุมฮาเวิร์ธ (Haworth crater) แถบขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ รวมถึงพื้นผิวบริเวณขอบด้านทิศตะวันตกของหลุมซีเรส (Seares crater) ที่อยู่แถบขั้วโลกเหนือ
"ทางเดียวที่จะสำรวจพื้นที่ดังกล่าวได้ คือต้องส่งเรดาร์อย่างมินิเอสเออาร์ออกไปสำรวจ ซึ่งผลครั้งนี้ ถือเป็นความตื่นเต้นในขั้นแรกของทีมงานที่ทำงานอย่างขะมักเขม้นมากว่า 3 ปี เพื่อให้ได้เห็นภาพบริเวณจุดนี้" เบนจามิน บัสซีย์ (Benjamin Bussey) นักวิทยาศาสตร์ประจำการสำรวจด้วยเรดาร์มินิเอสเออาร์ จากหน่วยปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์ (Johns Hopkins University Applied Physics Laboratory) เมืองลอเรล มลรัฐแมรีแลนด์ กล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้จากมินิเอสเออาร์ ยังเอื้ออำนวยให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ได้ว่าบริเวณที่อยู่ภายใต้เงามืด ใกล้ขั้วโลกของดวงจันทร์เหล่านั้น ยังมีน้ำแข็งถูกทับถมหลงเหลืออยู่หรือไม่ ซึ่งเจสัน ครูแซน (Jason Crusan) ผู้บริหารโครงการมินิอาร์เอฟ (Mini-RF Program) ของนาซา กล่าวเพิ่มเติมว่า พวกเขาหวังว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้อุปกรณ์ทั้งหมดจะทำการสำรวจและ เก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์อันมีค่าบนดวงจันทร์ได้อย่างเต็มที่ |