|
รู้จัก "เอเรส" "Ares" จรวดที่จะมาแทนแทน "กระสวยอวกาศ" ของนาซา |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Saturday, 31 October 2009 |
|

ภาพเปรียบเทียบยานอวกาศยุคต่างๆ ของนาซา ทั้งในอดีตและอนาคต (ซ้ายไปขวา) ยานแซทเทิร์นไฟว์ฟ รุ่นก่อนอะพอลโล, กระสวยอวกาศซึ่งกำลังจะถูกปลดระวาง, จรวดเอเรสวัน ซึ่งเพิ่งทดสอบจรวดท่อนแรกในปฏิบัติการ เอเรส วัน-เอกซ์ ถัดไปคือเอเรสโฟร์ และเอเรส ไฟว์ฟ จรวดในโครงการคอนสเตลาชัน ที่มีเป้าหมายพัฒนาระบบและยานเพื่อเดินทางสำรวจอวกาศ ซึ่งตั้งเป้าที่ดวงจันทร์และดาวอังคาร การทดสอบยิงจรวดเอเรส วัน-เอกซ์ (Ares I-X) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ในคืนวันที่ 28 ต.ค.52 นี้ ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Station) เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบจรวดในโครงการคอนสเตลเลชัน (Constellation Program) ของนาซาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาระบบและยานแบบใหม่ เพื่อใช้ในการสำรวจอวกาศยุคถัดไป ทั้งนี้ยานอวกาศที่พัฒนาขึ้นใหม่นั้นจะใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ สถานีอวกาศนานาชาติ ทดแทนกระสวยอวกาศที่มีกำหนดถูกปลดระวางในปี 2010 ที่จะถึงนี้ ตลอดจนใช้ในปฏิบัติการกลับไปสำรวจดวงจันทร์ และการมุ่งหน้าสำรวจดาวอังคาร รวมถึงการสำรวจอวกาศอื่นๆ ยานอวกาศในโครงการคอนสเตลเลชันนั้น จะใช้ทั้งแนวคิดและบางส่วนของยานในโครงการอะพอลโล (Apollo) และโครงการกระสวยอวกาศ เพื่อสร้างยานอวกาศที่สามารถใช้งานได้และมีความคุ้มค่าทางการเงิน สำหรับการทดสอบเอเรส วัน-เอกซ์ เป็นเพียงก้าวแรกของโครงการพัฒนายานและระบบใหม่เพื่อการสำรวจอวกาศของนาซา และหลังจากนี้ในปี 2014 ตามกำหนดจะมีการทดสอบเอเรส วัน-วาย (Ares I-Y) ซึ่งจะเป็นการยิงจรวดครั้งแรกที่ทดสอบระบบใหม่หลายๆ ระบบพร้อมกัน ซึ่งมีทั้งจรวด 5 ท่อนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ระบบควบคุมเที่ยวบิน ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทางด้านการบิน จากนั้นจะมีการยิงจรวดทดสอบเที่ยวที่ 3 ซึ่งจะมีการทดสอบยาน "โอไรออน วัน" (Orion 1) อันจะเป็นการทดสอบจรวดเอเรส วัน (Ares I) ที่สมบูรณ์ด้วย โดยจะส่งยานโอไรออนที่ยังไม่มีคนขับขึ้นสู่วงโคจร
ภาพ แสดงอส่วนปฏิบัติส่งมนุษย์โดยสารไปกับยานโอไรออนเที่ยวแรก จะเริ่มขึ้นในปี 2020 ซึ่งยานจะนำลูกเรือมุ่งสู่สถานีอวกาศนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบเครื่องยนต์ส่วนบนด้วย เอเรสเป็นชื่อเทพเจ้าแห่งสงครามของกรีก ซึ่งหมายถึงดาวอังคาร โดยจรวดเอเรสประกอบด้วย จรวดรุ่นเอเรส วัน ที่ส่วนบนเชื่อมต่อกับยานโอไรออน และเอเรส ไฟว์ฟ (Ares V) ซึ่งจะนำยานอวกาศของนาซาลงจอดบนดวงจันทร์ โดยบรรทุกสัมภาระสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกได้ 206 ตัน และบรรทุกสัมภาระสู่ดวงจันทร์ได้ 78 ตัน ยานโอไรออนที่มีหน้าที่ขนส่งลูกเรือนั้น จะนำนักบินอวกาศมุ่งสู่สถานีอวกาศนานาชาติและอวกาศส่วนอื่น โดยโอไรออนนี้มีความสามารถที่จะนัดพบยานลงจอดดวงจันทร์ "อัลแตร์" (Altair) ในโครงการคอนสเตลาชันเดียวกันนี้ และจรวดเอเรส ไฟว์ฟ ซึ่งจะแยกกับยานที่ระดับวงโคจรต่ำเพื่อนำส่งลูกเรือสู่ดวงจันทร์ สำหรับรูปร่างของยานโอไรออน ถูกออกแบบให้เหมือนกับแคปซูลในอดีต แต่มีข้อได้เปรียบที่ใช้เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบยังชีพ การขับเคลื่อน และระบบป้องกันความร้อนของศตวรรษที่ 21 ส่วนยานลงจอดดวงจันทร์อัลแตร์ สามารถจุนักบินอวกาศลงสู่ดวงจันทร์ได้ทั้งหมด 4 คน พร้อมทั้งระบบยังชีพ ซึ่งนักบินอวกาศสามารถปฎิบัติภารกิจสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ได้นาน 1 สัปดาห์ จากนั้นอัลแตร์จะนำนักบินอวกาศกลับไปยังยานโอไรออน ซึ่งจะนำลูกเรือทั้งหมดกลับสู่โลกต่อไป โดยอัลแตร์จะถูกขับเคลื่อนจากวงโคจรระดับต่ำของโลกสู่ดวงจันทร์ด้วยจรวดเอ เรส ไฟว์ และจะกลับมาเชื่อมต่อกับโอไรออนอีกครั้งที่ตำแหน่งวงโคจรเดียวกันนี้ ภาพ ส่วนประกอบของจรวดเอเรส ไฟว์ฟ ซึ่งจรวดที่จะปลดออกในระยะแรก คือจรวดท่อนสีขาว 2 ท่อนล่าง จากนั้นจรวดท่อนสีส้มที่อยู่ตรงปลายจะปลดตัวออก โดยมียานลงจอดดวงจันทร์อัลแตร์อยู่ตรงตำแหน่งบนลำดับที่ 2 ซึ่งติดกับจรวดสำหรับแยกตัวจากวงโคจรของโลกในจรวดท่อนที่ 3
|
Comments
RSS feed for comments to this post.