|

เอนเดฟเวอร์เที่ยวบินที่ STS-130 ออกเดินทางในเวลา 04.00 น. อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นภาพลูกไฟขนาดใหญ่ที่ปลายกระสวยท่ามกลาง ความมืด (ภาพ NASA/Jim Grossmann) ประเดิมปีสุดท้ายของยุคกระสวยอวกาศด้วย "เอนเดฟเวอร์" ที่ทะยานฟ้าในช่วงเช้ามืด แม้ทุกอย่างจะไปได้สวย แต่คำสั่งพับการสำรวจอวกาศของโอบามาเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกำหนดปลดเกษียณฝูงบินปลายปี ก็ล้วนทำให้คนนาซาเป็นกังวลต่ออนาคตขององค์กร กระสวยอวกาศ "เอนเดฟเวอร์" (Endeavour) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) พร้อมลูกเรือทั้ง 6 นายมุ่งหน้าสู่ห้วงอวกาศแล้วในเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 8 ก.พ.10 ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 17.00 น.ตามเวลาประเทศไทย นับเป็นความพยายามครั้งที่สอง หลังจากความพยายามครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมาล้มเหลว เพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจ การเดินทางของ "เอนเดฟเวอร์" ในครั้งนี้นับเป็นเที่ยวบินสุดท้ายท่ามกลางความมืดของโครงการกระสวยอวกาศ นาซาได้เติมเชื้อเพลิงเข้าสู่เอนเดฟเวอร์ครั้งแรกในคืนวันอาทิตย์ ที่เป็นช่วงเวลาเดียวกับ "ซูเปอร์โบลว์" การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่อเมริกันชนจับตามองจนแทบจะหยุดประเทศ แม้ท้ายที่สุดจะไม่ได้บิน แต่ลูกเรือทั้งหมดและทีมปล่อยยานก็พลาดโอกาสชมการแข่งขันดังกล่าว ทว่าสัญญาณถ่ายทอดสดกลับส่งไปไกลถึงสถานีอวกาศฯ เผื่อลูกเรือที่นอกโลกคนใดสนใจจะชม
ที่สำคัญ เหรียญที่ใช้ทอดประเดิมการแข่งขันซูเปอร์โบลว์ครั้งนี้ ได้เดินทางสู่อวกาศไปกับยานแอตแลนติส (Atlantis) เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทางนาซาจะถ่ายทอดเทปบันทึกภาพให้แก่ลูกเรือชมกันอีกครั้ง

ธงอเมริกาและธงประจำยานเอนเด ฟเวอร์ในวันที่ฟ้าใส พร้อมออกเดินทาง มองให้เต็มตาก่อนจะอำลากันไปในปลายปี
เอนเดฟเวอร์ทะยานทะลุเมฆจากศูนย์ อวกาศเคนนาดี ในมลรัฐฟลอริดา (ภาพ NASA/Ben Cooper) สำหรับจุดหมายปลายทางของภารกิจครั้งนี้ คือสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS : International Space Station) ซึ่งมีลูกเรือ 5 นายประจำการอยู่ โดยตามกำหนดเอนเดฟเวอร์จะเทียบท่าสถานีอวกาศในช่วงเช้าของวันที่ 10 ก.พ. ภารกิจของลูกเรือเอนเดฟเวอร์ประจำเที่ยวบินนี้ คือการต่อ เติมโหนดหรือห้องใหม่ชื่อ "แทรงคิวลิตี" (Tranquility) เพื่อเป็นที่เก็บอุปกรณ์ยังชีพ เครื่องออกกำลังกายและสุขา อีกทั้งยังจะเพิ่ม หอสังเกตการณ์เป็นทรงกลมมีหน้าต่างกระจกทั้งหมด 7 บาน และติดกระจก บานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยส่งออกไปนอกโลก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 31 นิ้ว เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่ดูความเคลื่อนไหวภายนอก อุปกรณ์ต่างๆ ที่เอนเดฟเวอร์บรรทุกขึ้นไปครั้งนี้ ถือเป็นการขนชิ้นส่วนขนาดใหญ่เป็นรอบสุดท้าย ซึ่งทั้งหอสังเกตการณ์ห้องใหม่และแทรงคิวลิตีนี้ มีมูลค่ามากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้สนับสนุนโดยองค์การอวกาศยุโรป (ESA : European Space Agency) ลูกเรือของเอนเดฟเวอร์และไอเอสเอสมีแผนจะเดินอวกาศ (spacewalk) 3 ครั้ง เพื่อต่อเติมส่วนดังกล่าวให้สำเร็จเรียบร้อยภายในภารกิจ 13 วัน อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ภารกิจของนาซาครั้งนี้ อาจเต็มไปด้วยความปวดร้าว เพราะสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เพิ่งออกมาประกาศยกเลิกโครงการกลับสู่ดวงจันทร์ พร้อมทั้งการสร้างจรวดเอเรส (Ares) และยังพับงานวิจัยที่เตรียมการใช้จรวดเดินทางสู่อวกาศ แม้แต่ชาร์ส โบลเดน (Charles Bolden) อดีตนักบินอวกาศผู้คลั่งไคล้ดาวอังคาร ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของนาซา ก็ยังทำได้แค่เพียงรอฟังข่าวการลดภารกิจขององค์กร โชคดีที่โอบามายังคงให้ความสำคัญกับสถานีอวกาศนานาชาติ โดยได้สนับสนุนงบประมาณให้มีการบินขนส่งระหว่างกันอย่างน้อยถึงปี 2020
ลูกเรือประจำเที่ยวบิน STS-30 สวมชุดส้มเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่สถานีอวกาศ ทั้งนี้ ยังเหลือเที่ยวบินสู่สถานีอวกาศอีก 4 เที่ยวในปี 2010 นี้คือ เดือน มี.ค., พ.ค., ก.ค. และ ต.ค. ซึ่งทั้งหมดกำหนดบินในช่วงกลางวัน แต่ถ้าหากมีเหตุให้ต้องเลื่อนเราอาจจะได้เห็นการปล่อยยานในยามฟ้ามืดอีก ครั้ง อย่างไรก็ดี นาซาพยายามขอไฟเขียวจากประธานาธิบดีโอบามาให้เผื่อภารกิจส่งยานเพิ่มอีก 1-2 เที่ยวในช่วงปีหน้า หากสถานีอวกาศต้องการความช่วยเหลือด้านความปลอดภัย เอพีย้ำว่า อารมณ์ในการปล่อยยานครั้งนี้ จึงดูชื่นมื่นบนความขมขื่น ดานา ฮัทเชอร์สัน (Dana Hutcherson) ผู้จัดการฝ่ายเตรียมการปล่อยเอนเดฟเวอร์ตั้งข้อสังเกตว่า ทุกคนต่างตื่นเต้นกับเที่ยวบินแรกของปี แต่ดูสีหน้าเพื่อนร่วมงานต่างยังคงเป็นกังวลกับปีสุดท้ายของโครงการกระสวย อวกาศ
แทรงคิวลิตี โหนดส่วนที่ 3 ของสถานีอวกาศ ของใหญ่ชิ้นสุดท้ายที่กระสวยอวกาศขนขึ้นไป เพื่อต่อเติมให้ห้องแล็บนอกโลกบรรจุคนได้มากขึ้น |