Live NASA TV

http://img.spacethai.net/images/nasatv.jpg
 




NASA Image Of The Day

Panorama of the East Coast
NASA Image Of The Day
03 Feb 2012
800x6001024x768Large
พบกระแสพลาสมาดวงอาทิตย์ไหลเร็วขึ้น สู่ความเข้าใจใหม่ใน "วัฏจักรสุริยะ" PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   
Wednesday, 17 March 2010

http://img.spacethai.net/images/5530000039.jpgภาพจำลองแถบสายพานยักษ์บนดวง อาทิตย์ ซึ่งนำพาพลาสมาร้อนจากภายในดวงอาทิตย์ขึ้นสู่พื้นผิว ใช้เวลา 40 ปีครบ 1 รอบ และมีอยู่ 2 สาย คือสายเหนือ และสายใต้ (นาซา/PhyOrg)

นักวิทยาศาสตร์พบสายพานนำส่งพลาสมาบนดวง อาทิตย์เคลื่อนที่เร็วสุดในรอบ 5 ปี คาดเป็นสาเหตุอธิบายว่า เหตุใดดวงอาทิตย์คงมีจุดมืดบนดวงอาทิตย์ต่ำสุด และกินเวลาถึง 15 เดือน ซึ่งนานกว่าที่ทำนายไว้ และอาจนำไปสู่ความเข้าใจใหม่ในวัฏจักรสุริยะ
       
       “ผมเชื่อว่าปรากฏการณ์นี้ สามารถอธิบายความไม่ปกติลึกๆ ในช่วงต่ำสุดของดวงอาทิตย์ที่เรายังคงได้พบอยู่ ความเร็วสูงสุดของแถบสายพานนี้ ท้าทายแบบจำลองวัฏจักรสุริยะที่มีอยู่ และบีบให้เราต้องกลับไปทบทวนความคิดใหม่" สเปซด็อทคอม รายงานความเห็นของเดวิด แฮธาเวย์ (David Hathaway) นักฟิสิกส์สุริยะจากองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ซึ่งร่วมในการศึกษาครั้งนี้ด้วย
       
       สายพานดังกล่าวคือแถบสายพานยักษ์ (Great Conveyor Belt) และเป็นกระแสขนาดใหญ่ ที่ไหลเวียนพลาสมาร้อนจากภายในดวงอาทิตย์ ซึ่งมีอยู่ 2 สาย คือสายเหนือและสายใต้ โดยกว่าสายพานยักษ์นี้จะหมุนครบ 1 รอบต้องใช้เวลาถึง 40 ปี และนักวิทยาศาสตร์เชื่อด้วยว่า การหมุน เปลี่ยนทิศทางของสายพานยักษ์นี้ เป็นตัวกำหนดจุดมืดบนดวงอาทิตย์
       
       สำหรับช่วงต่ำสุดบนดวงอาทิตย์ (solar minimum) จะเกิดขึ้นในช่วงปลายวัฏจักรสุริยะซึ่งมีรอบนาน 11 ปี และเป็นช่วงที่จำนวนจุดมืด การลุกจ้า และการเคลื่อนไหวอื่นๆ บนดวงอาทิตย์ลดน้อยลง ซึ่ง PhyOrg.com ระบุว่าล่าสุดเกิดตั้งแต่ปี 2008 – ต้นปี 2009 เป็นเวลาถึง 15 เดือน และเป็นระยะเวลายาวกว่าที่คาดไว้

    การศึกษาครั้งนี้ ใช้ข้อมูลที่รวบรวมมา 13 ปีจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศโซโฮ (SOHO) กล้องโทรทรรศน์ที่ใช้สำรวจดวงอาทิตย์และชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์การอวกาศยุโรป (อีซา) และนาซา
       
       ท่ามกลางข้อมูลเหล่านี้มีการวัดก๊าซที่แตกประทุ ซึ่งเคลื่อนจากเส้นศูนย์สูตรสู่ขั้วดวงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า “การไหลในแนวเส้นเมอริเดียน” (meridional flow) และนักวิทยาศาสตร์พยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างการไหลนี้กับวัฏจักรของจุดมืด
       
       แฮธาเวย์ พร้อมด้วย ลิซา ไรท์เมียร์ (Lisa Rightmire) จากมหาวิทยาลัยเมมฟิส (University of Memphis) ในเทนเนสซี สหรัฐฯ พบว่าการไหลตามแนวเส้นเมอริเดียนซึ่งปกติจะไหลช้าๆ เริ่มไหลเร็วขึ้นในช่วง 2-3 ปีก่อนปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จำนวนจุดมืดลดลง โดยในช่วง ต่ำสุดของดวงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ความเร็วของการไหลอยู่ประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในช่วงปี 2008-2009 ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 47 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
       
       นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองชี้ว่า ช่วงต่ำสุดของดวงอาทิตย์ล่าสุดนั้นยาวนานกว่าปกติ เพราะสนามแม่เหล็กที่เกิดจากการไหลของก๊าซบริเวณขั้วดวงอาทิตย์นั้นมีกำลัง อ่อนลง แต่ยังไม่เป็นที่ทราบว่าเหตุใดความเร็วของการไหลในแนวเส้นเมอริเดียนจึง เพิ่มขึ้น


http://img.spacethai.net/images/553000xrx.jpg

ภาพจำลองกล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลา ร์ไดนามิกส์ (Solar Dynamics Observatory: SDO) ซึ่งส่งขึ้นเมื่อเดือน ก.พ.2010 เพื่อไปศึกษาแถบสายพานยักษ์บนดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ (สเปซด็อทคอม/นาซา)

      
       ทั้งนี้ แฮธาเวย์กล่าวว่าการไหลในแนวเส้นเมอริเดียนนั้น นำพาสนามแม่เหล็กซึ่งต้านสสารที่มีความเป็นแม่เหล็กสูงบนพื้นผิวของดวง อาทิตย์ เมื่อการไหลเร็วขึ้นการต้านการไหลของสสารอื่นยิ่งแรงขึ้น สนามแม่เหล็กที่ขั้วดวงอาทิตย์จึงไม่อาจเข้มขึ้นได้ และนี่อาจเป็นเหตุให้การเริ่มต้นวัฏจักรสุริยะในปี 2009 ล่าช้า
       
       ความเข้มของการไหลสนามแม่เหล็กที่ขั้วดวงอาทิตย์มีความสำคัญ เพราะสนามแม่เหล็กตกอยู่ภายใต้พื้นผิวของดวงอาทิตย์และสร้างเงื่อนไขการเกิด จุดมืด และเมื่อสนามแม่เหล็กอ่อนลง จึงต้องใช้เวลานานขึ้นในการสร้างจุดมืด ซึ่งทั้งแฮธาเวย์และไรท์เมียร์ยังทำนายว่าวัฏจักรสุริยะในปัจจุบันมีกิจกรรม ความเคลื่อนไหวน้อยกว่าวัฏจักรอื่นๆ ที่ผ่านมา
       
       ผลจากการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งตีพิมพ์ลงวารสารไซน์ (Science) นั้นอาจจะช่วยปรับปรุงการทำนายช่วงเวลาและความเข้มข้นของวัฏจักรดวงอาทิตย์ ในอนาคต และอาจเป็นผลงานที่มีคุณค่า เนื่องจากกิจกรรมบนดวงอาทิตย์บางอย่างนั้นสามารถสร้างม่านหมอกสนามแม่เหล็ก ของอนุภาคมีประจุ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อดาวเทียมที่กำลังโคจรรอบโลก และรบกวนระบบจ่ายไฟบนโลกได้
       
       ทั้งนี้ การปรับปรุงวิธีทำนายวัฏจักรสุริยะจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ทำนายวัฏจักรสุริยะในระยะยาวได้ และผลจากการศึกษาครั้งนี้ยังชี้ว่า นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับมาทบทวนแบบจำลองซึ่งทำนายว่าการไหลในแนวเส้นเมอริ เดียนจะเหนี่ยวนำให้สนามแม่เหล็กที่ขั้วดวงอาทิตย์เข้มขึ้นด้วย

 

Comments  

 
0 #1 Natcha 2010-10-31 10:58
อยากรู้จังเลยว่ าการสร้างสุริยะ จำลองต้องใช้ลูก ปิงปองกี่ลูก
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Polls

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Who's Online

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search