|
รายงานพิเศษ : 20 ปี "ฮับเบิล” ปฏิวัติวงการอวกาศ |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Tuesday, 27 April 2010 |
สัปดาห์นี้นักดาราศาสตร์ทั่วโลก ถือเป็นสัปดาห์แห่งการฉลองครบรอบ 20 ปี นาซาส่ง “ฮับเบิล” กล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวแรกของโลกที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งได้ปฏิวัติความเข้าใจเกี่ยวกับเอกภพให้แก่มนุษยชาติ และได้ส่งภาพอวกาศห้วงลึกให้โลกกว่า 30,000 ภาพ เป็นเวลาถึง 20 ปีแล้ว ที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้ส่งภาพกาแลกซีอันไกลโพ้น ภาพดาวเกิดใหม่และดาวที่ตายแล้วกลับมายังพื้นโลก และภาพจากอวกาศห้วงลึกนี้ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สร้างการค้นพบสำคัญๆ ในช่วงชีวิตของเรา ฮับเบิลถูกส่งขึ้นสู่อวกาศไปกับกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Discovery) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.1990 และเข้าสู่วงโคจรในอีกวันต่อมา ซึ่งเอเอฟพีระบุว่า นักบินในเที่ยวประวัติศาสตร์ดังกล่าวคือ ชาร์ลส โบลเดน (Charles Bolden) ซึ่งได้กลายเป็นผู้อำนวยการคนล่าสุดของนาซาเมื่อปีที่ผ่านมา นับแต่เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาได้ 2 ทศวรรษแล้วนั้น ฮับเบิลได้ช่วยให้นักดาราศาสตร์มองผ่านม่านอวกาศออกไปจนหาอายุของเอกภพได้ ว่าเก่าแก่ถึง 1.37 หมื่นล้านปี ทั้งนี้โครงการสร้างฮับเบิลนั้นเป็นความร่วมมือระหว่างนาซากับองค์การอวกาศ ยุโรป (อีซา) ซึ่งได้ร่วมกันสร้างกล้องโทรทรรศน์อวกาศนี้ที่มีความยาว 13.2 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.2 เมตร และมีน้ำหนักรวม 11,110 กิโลกรัม “ฮับเบิลเป็นหนึ่งในโครงการอวกาศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์” เอ็ด ไวเลอร์ (Ed Weiler) รองผู้อำนวยการสำนักงานผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (Science Mission Directorate) ของนาซาให้ความเห็นแก่เอเอฟพี สูงขึ้นไปจากพื้นโลก 570 กิโลเมตร กล้องฮับเบิลทำหน้าที่เสมือนดวงตาของเราในอวกาศ ซึ่งได้บันทึกภาพวัตถุในอวกาศกว่า 30,000 ภาพ และบางวัตถุอยู่ไกลออกไปถึงปลายสุดของเอกภพ โดยภาพจากฮับเบิลนั้นมีความคมชัดมากกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ดีที่สุดซึ่งตั้ง อยู่บนพื้นโลกถึง 10 เท่า เนื่องจากบรรยากาศโลกได้บิดเบือนความคมชัดของกล้องโทรทรรศน์ที่ตั้งอยู่บน พื้นโลก
“ด้วยความคมชัดระดับนั้น ทำให้เรารู้สึกราวกับได้เดินทางท่องอวกาศเพื่อเข้าไปเห็นวัตถุต่างๆ เหล่านี้ มันคือไทม์แมชชีนจริงๆ ของเรา” จอน กรันสเฟลด์ (Jon Grunsfeld) มนุษย์อวกาศซึ่งได้ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจซ่อมแซมกล้องฮับเบิลถึง 2 ครั้งให้ความเห็น แม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ฮับเบิลเป็นเสมือนอัญมณีของวงการอวกาศ แต่มีบางครั้งที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศอันเป็นตำนานนี้เกิดรอยตำหนิขึ้นบน กระจกบานสำคัญของกล้อง จนต้องส่งกระสวยอวกาศขึ้นไปเพื่อปฏิบัติภารกิจซ่อมแซมและติดตั้งกระจกบาน ใหม่ นับแต่ฮับเบิลเริ่มทำงานได้เต็มที่เมื่อปี 1993 กล้องฮับเบิลได้ทยอยส่งภาพจากห้วงอวกาศที่สร้างความตะลึงงันกลับลงมาบนโลก หนึ่งในภาพของกล้องฮับเบิลซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด คือภาพของเนบิวลากระดูกงูเรือ (Carina Nebula) ซึ่งเป็นเนบิวลาขนาดใหญ่ ที่ประกอบไปด้วยเมฆฝุ่นดวงดาว ก๊าซไฮโดรเจน ก๊าซฮีเลียมและพลาสมา ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไป 6,500 ปีแสง โดย 1 ปีแสงเทียบเท่ากับ 9.5 ล้านล้านกิโลเมตร

ฮับเบิลยังบันทึกภาพซูเปอร์โนวา (supernova) หลายครั้ง ซึ่งเป็นการระเบิดครั้งใหญ่ที่เป็นจุดจบของดวงดาว และได้เผยให้เห็นการมีอยู่ของหลุมดำในกาแลกซีเกือบทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านั้นนักวิทยาศาสตร์ทำได้เพียงสงสัยถึงการมีอยู่ของหลุมดำ และเอเอฟพีระบุด้วยว่าต้องขอบคุณฮับเบิลที่เก็บข้อมูลให้นักดาราศาสตร์ได้ เรียนรู้ว่าเอกภพกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่ง การขยายตัวด้วยอัตราเร่งนี้เกิดจากแรงลึกลับที่เรียกว่า “พลังงานมืด” (dark energy) ซึ่งมีอยู่ในเอกภพเป็นสัดส่วนถึง 75% และเป็นแรงที่สร้างความสมดุลกับแรงโน้มถ่วง ทั้งนี้อีกประมาณ 5% ของเอกภพสร้างขึ้นจากสสารที่มองเห็นได้ ส่วนที่เหลืออีก 20% ของเอกภพคือสสารมืด (dark matter) ส่วนการค้นพบอื่นๆ ของฮับเบิลยังมีการค้นพบโมเลกุลอินทรีย์เป็นครั้งแรกในชั้นบรรยากาศของดาว เคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลโพ้น รวมถึงการค้นพบการก่อตัวเล็กๆ ของกาแลกซี ซึ่งปลดปล่อยลำแสงออกมาขณะที่เอกภพยังมีอายุประมาณพันล้านปี ในส่วนของระบบสุริยะเราเองนั้นฮับเบิลได้พบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทิศ ทางบนบนดาวเสาร์ และพบว่าบนดาวเนปจูนมีฤดูกาลด้วย ปฏิบัติการส่งกระสวยอวกาศแอตแลนติส (Atlantis) เมื่อปี 2009 ได้ขึ้นไปปรับโฉมฮับเบิลครั้งใหญ่ โดยได้ติดตั้งกล้องถ่ายภาพและกล้องโทรทรรศน์ตัวใหม่ที่ประสิทธิภาพมากกว่า และปฏิบัติการครั้งนั้นได้จัดระเบียบเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ให้ฮับเบิล ใหม่ และยืดอายุกล้องโทรทรรศน์อวกาศออกไปอย่างน้อย 5 ปี “ฮับเบิลโฉมใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงนี้จะส่งผลบวกให้กับโลกต่อไปอีก หลายทศวรรษด้วยการค้นพบใหญ่ๆ หลายครั้งที่จะตามมา” ไวเลอร์กล่าว พร้อมทั้งให้นิยามฮับเบิลว่าเป็น “สัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณอเมริกัน” หากแต่ปฏิบัติครั้งนั้นก็เป็นปฏิบัติสุดท้ายที่นาซาส่งคนขึ้นไปซ่อมแซมฮับ เบิลอันเป็นที่รัก สำหรับผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งกล้องโทรทรรศน์อันเป็นตำนานนี้คือ กล้องโทรทรรศน์อวกาศเวบบ์สเปซ (James Webb Space Telescope) กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่บันทึกภาพในย่านรังสีอินฟราเรด ซึ่งมีกำหนดส่งขึ้นสู่วงโคจรในปี 2014 |
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 27 April 2010 )
|