Live NASA TV

http://img.spacethai.net/images/nasatv.jpg
 




NASA Image Of The Day

Panorama of the East Coast
NASA Image Of The Day
03 Feb 2012
800x6001024x768Large
เผยภาพแรก "ดวงอาทิตย์" จากกล้องตัวใหม่ของ "นาซา" PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   
Tuesday, 27 April 2010
http://img.spacethai.net/images/553000lol.jpgภาพด้านซ้ายคือ หนึ่งในภาพดวง อาทิตย์ชุดแรกที่ส่งมาจากกล้องเอสดีโอ กล้องสำรวจดวงอาทิตย์ตัวใหม่ของนาซา โดยเป็นภาพดวงอาทิตย์ทั้งดวง ซึ่งบันทึกในย่านอัลตราไวโอเลตในหลายช่วงความยาวคลื่น และความแตกต่างของสีซึ่งเกิดจากการตกแต่งภาพนั้นแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง ของอุณหภูมิบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ โดยสีแดงมีอุณหภูมิต่ำกว่าคือประมาณ 60,000 องศาเซลเซียส ส่วนสีเขียวร้อนกว่าคือประมาณ 1,000,000 องศาเซลเซียส (สเปซด็อทคอม/นาซา)นาซาเผยภาพแรก จากกล้องสำรวจดวงอาทิตย์ตัวใหม่ ที่เพิ่งส่งขึ้นไปเมื่อ เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์คาด จะช่วยให้เข้าใจวัฏจักรสุริยะและการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กบนจุดมืด
       
       หลังจากส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ (Solar Dynamics Observatory) ขึ้นไปเมื่อ 11 ก.พ.53 เพื่อสำรวจลึกลงไปในชั้นของดวงอาทิตย์ จับตาดูพายุสุริยะและค้นหาความจริง ถึงความลึกลับภายในดวงอาทิตย์ ล่าสุดองค์การบริหารการบินอวกาศ สหรัฐฯ (นาซา) ได้เผยภาพแรกของดวงอาทิตย์ ที่บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์ตัวใหม่นี้ ซึ่งเกินความคาดหมายของนักวิทยาศาสตร์
       
       “ยานอวกาศและเครื่องมือทำงานได้ดีมาก ในความเห็นของผมนะ สิ่งที่เราได้เห็นนั้นน่าตื่นเต้นจริงๆ" สเปซด็อทคอมระบุความเห็นของ ริชาร์ด ฟิเชอร์ (Richard Fisher,) ผู้อำนวยการฝ่ายฟิสิกส์สุริยะ (Heliophysics Division) ณ สำนักงานใหญ่นาซาในรัฐวอชิงตัน ดีซี
       
       กล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลาร์ไดนามิกส์หรือเอสดีโอ (SDO) นี้ได้นำอุปกรณ์ 3 อย่าง ซึ่งจะทำหน้าที่มองเจาะเข้าไปในดวงอาทิตย์ แล้วส่งภาพที่มีความละเอียดยิ่งกว่าภาพของโทรทัศน์ความละเอียดสูงเอชดี (HD) ถึง 10 เท่ากลับมายังโลก
       
       “ผมเชื่อว่านี่กำลังจะเป็นการการปฏิวัติการมองดวงอาทิตย์ใหม่" ฟิเชอร์กล่าวกับสเปซด็อทคอม พร้อมทั้งเปรียบเทียบว่า กล้องเอสดีโอนี้จะปฏิวัติการศึกษาดวงอาทิตย์ในรูปแบบเดียวกับที่กล้อง โทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ได้ปฏิวัติการศึกษาดาราศาสตร์ฟิสิกส์
       
       กล้องโทรทรรศน์ตัวใหม่ของนาซานี้ ยังจะให้ข้อมูลอันน่าประหลาดใจปริมาณมากกลับมายังโลก โดยจะส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลประมาณ 150 ล้านบิทต่อวินาทีตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ซึ่งเทียบได้กับการส่งข้อมูลเพลง 500,000 เพลงต่อวันลงมาสถานีภาคพื้น และเป็นปริมาณข้อมูลที่มากกว่าข้อมูลจากปฏิบัติการใดๆ ในประวัติศาสตร์ของนาซา
       
       การเฝ้าสังเกตหลายๆ ความยาวคลื่นของดวงอาทิตย์พร้อมๆ กัน พ่วงกับการสำรวจในจังหวะที่รวดเร็ว จะทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้รับรายละเอียดของลักษณะปัจจุบันภายในดวงอาทิตย์ อย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน และยังช่วยในการตรวจตราการปะทุของดวงอาทิตย์ และพายุที่สามารถส่งผลกระทบต่อโลกได้ และจะฉายให้เห็นความรุนแรงของสนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นกระบวนการที่ เกิดขึ้นภายในดวงอาทิตย์ด้วย

http://img.spacethai.net/images/553000mfm.jpg

ภาพเปรียบความคมชัดของกล้องเอสดี โอกับกล้องอื่นๆ ของนาซาและความคมชัดของทีวีความละเอียดสูงและความละเอียดทั่วไป (ขวาไปซ้าย) ภาพจากกล้องเอสดีโอ , ภาพจากกล้อง STEREO ,ภาพจากทีวีความละเอียดสูง, ภาพจากกล้องโซโฮ (SOHO) ซึ่งเป็นกล้องสำรวจดวงอาทิตย์ตัวเก่าของนาซา และภาพจากทีวีความละเอียดทั่วไป (นาซา/สเปซด็อทคอม)

 “สิ่งดีเกี่ยวกับบเอสดีโอคือเราจะได้ข้อมูลดวงอาทิตย์ทั้งดวงตลอดเวลา" ฟิลิป เอช.สเชอร์เรอร์ (Philip H. Scherrer) ประธานทีมเฝ้าติดตามเครื่องมือสร้างภาพการสั่นสะเทือนบนดวงอาทิตย์และภาพแม่ เหล็กของกล้องเอสดีโอ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ในพาโล อัลโต แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ กล่าว
       
       ขณะที่ฟิเชอร์เสริมว่า การสำรวจคุณลักษณะและวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นว่า สนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์มีอิทธิพลมากกว่าที่เราคิดอย่างมาก
       
       ส่วนดีน เพสเนลล์ (Dean Pesnell) นักวิทยาศาสตร์ในโครงการเอสดีโอ จากศูนย์การบินอวกาศกอดดาร์ด (Goddard Space Flight Center) สหรัฐฯ กล่าวว่า สนามแม่เหล็กนั้นมีพลวัตสูงมาก และรูปแบบของสนามแม่เหล็กไม่เคยซ้ำกันแต่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
       
       อย่างไรก็ตาม แม้กล้องเอสดีโอจะอยู่ในขั้นตอนของการปรับเทียบอุปกรณ์ต่างๆ และเพิ่งเข้าสู่วงโคจรสุดท้าย แต่ก็บันทึกภาพที่เปิดเผยสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนกลับมา โดยฟิเชอร์กล่าวว่า หนึ่งในการสำรวจที่น่าสนใจคือ วิวัฒนาการของพื้นซึ่งมีความเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า "จุดมืด" (sunspot) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่มีสนามแม่เหล็กสูง และกล้องได้จับภาพจุดมืดเหล่านี้ลดลงในรูปแบบที่นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้คาดไว้
       
       “มันเป็นความสับสนเล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้น เอสดีโอพบว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสนามแม่เหล็ก ที่เป็นผลจากการลดลงของจุดมืดนั้น ได้ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อชั้นบรรยากาศด้านบนของดวงอาทิตย์ คล้ายกับปรากฎการณ์บนโลกที่ฟ้าผ่าในรัฐอินเดียนาเป็นสาเหตุให้เกิดเฮอริเคน ที่ชายฝั่งตะวันออกได้" ฟิเชอร์กล่าว
       
       จุดมืดนั้นเชื่อมโยงกับการระเบิดของสสารดวงอาทิตย์ออกสู่อวกาศ ที่รู้จักกันว่า "การปลดปล่อยมวลโคโรนา" (coronal mass ejection) หรือซีเอ็มอี (CME) โดยกล้องเอสดีโอสามารถเห็นความเชื่อมโยงระหว่างจุดมืดกับการปลดปล่อยมวลนี้ และคลื่นที่กระเพื่อมไปบนผิวดวงอาทิตย์เชื่อมโยงกับจุดมืดและการปะทุซึ่ง เป็นสาเหตุของจุดมืด
       
       อลัน ไทเทิล (Alan Title) ประธานการเฝ้าติดตามในส่วนของการประกอบภาพชั้นบรรยากาศดวงอาทิตย์ของกล้อง เอสดีโอจากห้องปฏิบัติการสุริยะและดาราศาสตร์ฟิสิกส์ล็อกฮีดมาร์ตินโซลาร์ (Lockheed Martin Solar and Astrophysics Laboratory) กล่าวว่า การปลดปล่อยมวลโคโรนานั้น ได้ปลดปล่อยมวลออกมามากเท่ากับปริมาณน้ำในแม่น้้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi River) ด้วยความเร็วประมาณ 1 ล้านไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 1.6 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยสสารบนดวงอาทิตย์ถูกเร่งให้มีความเร็วระดับนี้ในเวลาเพียง 1 วินาที
       
       ฟิเชอร์กล่าวว่า กล้องเอสดีโอได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตะลึงงันตั้งแต่ยังไม่ได้ทำงานเต็มที่ ซึ่งประมาณเดือนหน้ากล้องจึงจะเริ่มทำงานได้เต็มที่ และบอกว่าสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการทำงานอันมีประสิทธิภาพสูงของการทดลองทาง วิทยาศาสตร์นั้นคือเราจะไม่เข้าใจว่าเราได้อะไรกลับมา
       
       ปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กไฟฟ้าบนดวงอาทิตย์ไม่หยุดเพียงแค่ สร้างความสนใจให้นักวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ปรากฏารณ์ที่เกิดขึ้นยังมีผลกระทบยิ่งใหญ่ต่อโลก โดยหยุดระบบการสื่อสาร ระบบดาวเทียมจีพีเอสหรือแม้แต่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงคาดหวังว่ากล้องเอสดีโอจะช่วยให้พวกเขาพยากรณ์การ ปะทุของดวงอาทิตย์และการปลดปล่อยมวลโคโรนาในทิศทางที่รบกวนโลกได้ดีขึ้น
       
       “ยิ่งเรามีความรู้เกี่ยวกับการปะทุนี้ดีเท่าไหร่ เราจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เท่านั้นแทนที่จะอยู่อย่างเฉื่อยชาต่อสภาพ อากาศในอวกาศ" ทอม วูดส์ (Tom Woods) ประธานเฝ้าติดตามฝ่ายการทดลองการเปลี่ยนแปลงรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างรุนแรง จากมหาวิทลัยโคโลราโร (of Colorado) ในโบลเดอร์กล่าว
       
       ทั้งนี้ หากกล้องเอสดีโอช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจดวงอาทิตย์ได้ดีขึ้นก็จะฉายความ หวังในการศึกษาดาวฤกษ์อื่นๆ เช่นกัน

 

ภาพจำลองกล้องเอสดีโอขณะถูกส่ง ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ (นาซา/กอดดาร์ด/สเปซด็อทคอม)

 

Add comment


Security code
Refresh

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Polls

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Who's Online

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search