|
เปลี่ยนหัวใจให้เครื่องตรวจวัด "ปฏิสสาร" ก่อนส่งขึ้นสถานีอวกาศ |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
Thursday, 06 May 2010 |
|

เครื่องตรวจวัดอนุภาคเอเอ็มเอส ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงแม่เหล็กใหม่ให้ใช้งานได้นานออกไป 10-18 ปี ตามนดยบายยืดอายุการใช้งานสถานีอวกาศของนายบารัค โอบามา (บีบีซีนิวส์) นักวิทยาศาสตร์วางแผนเปลี่ยนถังฮีเลียมเหลว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องตรวจวัดอนุภาคบนสถานีอวกาศ ที่จะนำขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศ เพื่อยืดอายุให้เครื่องตรวจวัดทำงานต่อไปได้ 3-18 ปี สอดรับนโยบายขยายเวลาใช้งานสถานีอวกาศของประธานาธิบดีโอบามา เครื่องตรวจวัดดังกล่าวคือ อัลฟาแมกเนติคสเปคโตรมิเตอร์ (Alpha Magnetic Spactrometer) หรือเครื่องตรวจวัดเอเอ็มเอส (AMS) ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้ตรวจหาปฏิสสาร (Anti-matter) และสัญญาณบ่งชี้สสารมืด (Dark matter) และด้วยช่องสัญญาณกว่า 300,000 ช่อง บีบีซีนิวส์ระบุว่า เครื่องตรวจวัดอนุภาคเอเอ็มเอสจะผลิตข้อมูลจำนวนมากแล้วส่งกลับมายังโลกผ่าน สัญญาณวิทยุ และเครื่องตรวจวัดยังมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่จะย่อยข้อมูลระหว่างอยู่ในวง โคจร ซูเปอร์คอมพิวเตอร์นี้ จะทำให้เครื่องตรวจวัดอนุภาคนี้ต้องการกำลังไฟหล่อเลี้ยง 2.5 กิโลวัตต์ ซึ่งหากเป็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ของดาวเทียมทั่วไปคงไม่อาจตอบสนองความต้องการ ไฟฟ้ามากขนาดนี้ได้ แต่สำหรับสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว สามารถผลิตไฟฟ้าเลี้ยงอุปกรณ์ภายในได้ถึง 100 กิโลวัตต์

ภาพจำลองเมื่อติดตั้งเครื่องตรวจ วัดอนุภาคบนสถานีอวกาสแล้ว โดยเครื่องตรวจวัดอนุภาคจะถูกติดตั้งในปีกที่เห็นทางด้านซ้ายบนของภาพ (บีบีซีนิวส์) ซามูเอล ทิง (Samuel Ting) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบลจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตต์ส (Massachusetts Institute of Technology:MIT) ซึ่งเป็น 1 นักวิทยาศาสตร์ 500 คนที่เข้าร่วมโครงการมูลค่า 4.96 หมื่นล้านบาทนี้ กล่าวว่า เมื่อมีการพูดถึงการยืดอายุการใช้งานสถานีอวกาศออกไปถึงปี 2020 ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงได้เริ่มคิดเกี่ยวกับโครงการนี้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และได้เริ่มโครงการในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ บารัค โอบามา (Barack Obama) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้วางแผนขยายเวลาการใช้สถานีอวกาศนานาชาติจากปี 2015 ออกไปอีก 5 ปีเป็นอย่างน้อย โดยอนุมัติงบประมาณ 9.8 หมื่นล้านบาท เครื่องตรวจวัอนุภาคเอเอ็มเอส ต่างไปจากเครื่องเร่งอนุภาคที่อยู่บนโลก ตรงที่สุ่มตัวอย่างอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ และเครื่องตรวจวัดอนุภาคนี้ยังตรวจวัดอนุภาคที่มีพลังงานสูงมากกว่าที่ เครื่องเร่งอนุภาคบนโลกจะผลิตขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่น เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี (Large Hadron Collider) ของเซิร์น (CERN) นั้นสามารถจับอนุภาคชนกันด้วยพลังงานสูงสุดรวม 7 เทราอิเล็กตรอนโวลต์ (TeV) ขณะที่รังสีคอสมิคในอวกาศมีพลังงานได้สูงถึง 100 ล้านเทราอิเล็กตรอนโวลต์ "เครื่องตรวจวัดเอเอ็มเอสมีความไวมากกว่าเครื่องมืออื่นๆ ที่มีก่อนหน้านี้ถึง 100-1,000 เท่า ซึ่งคุณสามารถอยู่บนอวกาศได้นาน 10-18 ปี โดยที่เครื่องตรวจวัดยังมีความไวในการตรวจวัดอยู่ และเครื่องตรวจวัดนี้เป็นเครื่องมือตรวจวัดอนุภาคทางฟิสิกส์แรกๆ ที่มีความแม่นยำอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดีเมื่อคุณเข้าไปอยู่ในขอบเขตความรู้ใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องยากในการทำนายได้ว่าคุณจะพบอะไร" ทิงกล่าว ทั้งนี้ ชิ้นส่วนแม่เหล็กที่จะติดตั้งเข้าไปใหม่นี้ถูกนำออกมาจากห้องควบคุมความ สะอาดในเยอรมนีและผ่านการทดสอบแล้ว ขณะนี้แม่เหล็กดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนนำส่งไปที่เซิร์น ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบเครื่อวตรวจวัดอนุภาคเอเอ็มเอส โดยเครื่องตรวจวัดอนุภาคที่ได้รับการปรับปรุงนี้มีกำหนดส่งขึ้นสู่สถานี อวกาศไปพร้อมกับภารกิจของกระสวยอวกาศเที่ยวถัดไป และการปรับปรุงครั้งนี้เป็นเหตุให้กำหนดในการส่งกระสวยอวกาศเที่ยวสุดท้ายใน วันที่ 30 ก.ย.นี้ เลื่อนออกไป |