Live NASA TV

http://img.spacethai.net/images/nasatv.jpg
 




ดาวเทียมสำรวจคาร์บอน ตกทะเลก่อนได้ออกนอกโลก PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   
Thursday, 26 February 2009

http://pics.manager.co.th/Images/552000002330501.JPEGนาซาใช้บริการจรวดเจ้าใหม่ นำส่งดาวเทียมสำรวจก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ผ่านในขั้นสุดท้าย หัวจรวดไม่ปล่อยดาวเทียม พากันตกสู่แอนตาร์ติกทั้งคู่ ผู้พัฒนาระบุจรวดไม่เคยผิดพลาด นาซายังไม่รู้จะสร้างใหม่ได้อีกเมื่อใด ชี้ความล้มเหลวครั้งนี้ สร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ให้แก่การศึกษาทางด้านภูมิอากาศ
       
       เมื่อเวลา 16.55 น. ของวันที่ 24 ก.พ.52 (ตามเวลาประเทศไทย) จรวดทอรัส เอ็กซ์แอล (Taurus XL) ได้นำดาวเทียมสำรวจคาร์บอนในชั้นบรรยากาศโลก หรือ โอซีโอ (Orbiting Carbon Observatory: OCO) ขององค์การบริหารอวกาศสหรัฐอเมริกา (นาซา) ออกจากฐานส่งจรวด ที่ฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก (Vandenberg Air Force Base) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้อย่างลุล่วงไปด้วยดี
       
       ทว่า ไม่กี่นาทีถัดจากนั้น ได้เกิดข้อผิดพลาด เมื่อ บริเวณปลายจมูกของจรวด หรือ แฟริง (fairing) ที่ทำหน้าที่ป้องกันดาวเทียมระหว่างการส่ง เกิดไม่แยกตัวเพื่อปล่อยดาวเทียมออกไปในขั้นสุดท้าย
       
       จากนั้น ต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อผิดพลาด และตรวจหาตำแหน่งของดาวเทียมและจรวดกว่า 10 ชั่วโมง ทางนาซาจึงได้แถลงข่าวดังกล่าว

 

จอห์น บรันชวิเลอร์ (John Brunschwyler) ผู้อำนวยการโครงการจรวดทอรัส ของออร์บิทัล ไซเอนเซซ คอร์เปอเรชั่น (Orbital Sciences Corporation) ผู้พัฒนาจรวดดังกล่าว เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นพบจรวดไม่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศไปได้ และตกลงไปในมหาสมุทรแอนตาร์ติกา
       
       "ทีมงานของพวกเราทั้งหมด รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง พวกเราผิดหวังมากกับผลที่เกิดขึ้น" บรันชวิเลอร์กล่าว โดยผู้พัฒนายังระบุว่า ตลอดปี 2537-2547 ที่ผ่านมา จรวดทอรัส 6 ใน 7 ลำที่ส่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ยังไม่เคยเกิดข้อผิดพลาดใดๆ

 ทางด้านนาซา โดยชัก โดวาล (Chuck Dovale) ผู้อำนวยการการบิน กล่าวว่า นี่สร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ ให้แก่ชุมชนวิทยาศาสตร์ เพราะนับเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างดาวเทียมเพื่อสำรวจกปริมาณก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ที่ชั้นบรรยากาศ
       
       อีกทั้ง นับเป็นครั้งแรก ที่นาซาใช้บริการนำส่งโดยจรวดทอรัส ซึ่งบรันชวิเลอร์เจ้าของโครงการผู้พัฒนาจรวดดังกล่าว ระบุว่า ระบบทุกอย่างเกือบจะสมบูรณ์แบบด้วยซ้ำ ในการบินครั้งก่อนๆ หน้านี้ และยังไม่มีสัญญาณความผิดปกติที่บริเวณจมูกของจรวด
       
       ส่วนการนำส่งก็ราบรื่นไร้ปัญหา โดยอลัน บูอีส (Alan Buis) โฆษกห้องปฎิบัติการจรวดขับดัน (Jet Propulsion Laboratory) กล่าวแก่สำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งนับเป็นการทะยายสู่ท้องฟ้าที่สวยงาม เหนือมหาสมุทรแฟซิฟิก ก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น
       
       อีกทั้ง ระหว่างการปล่อยจรวดเมื่อสังเกตการณ์ผ่านโทรทัศน์ถ่ายทอดสดของนาซา ก็มีการสังเกตเห็นข้อผิดพลาดดังกล่าว จนทำให้เหล่าผู้จัดการการปล่อยจรวดที่ต้องคอยตรวจสอบส่วนต่างๆ ประกาศ "ความล้มเหลว" ของการปล่อยดาวเทียมครั้งนี้
       
       อย่างไรก็ดี สำหรับความกังวลว่า การ นำส่งดาวเทียมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่สำเร็จครั้งนี้ จะกลายเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมไป ทางนาซาได้ชี้แจงว่า การจุดระเบิดของจรวดทั้ง 4 ขั้นตอนนั้นสมบูรณ์ จึงไม่มีปัญหาสารพิษไฮดราซีน (hydrazine) ที่เป็นเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่ ให้ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
       

       ส่วนการสืบสวนหาข้อผิดพลาดนั้น ตามวิธีปฏิบัติของนาซาคือ การตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อพิจารณาเหตุเป็นไปได้ของข้อผิดพลาดดังกล่าว
       
       ทางด้านไมเคิล ไฟรลิช (Michael Freilich) ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของนาซา กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า อีกนานแค่ไหนจะมีดาวเทียมดวงใหม่มาทดแทนโอซีโอ ซึ่งเฉพาะดาวเทียมดวงนี้ต้องใช้เวลาถึง 8 ปีในการพัฒนา
       
       ภารกิจของดาวเทียมโอซีโอนั้น ก็คือ การโคจรรอบโลกเพื่อทำแผนที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้ศึกษาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซก่อภาวะเรือนกระจกที่สำคัญ และมากที่สุด ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
       
       "วิทยาศาสตร์กำลังจะเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว และเราก็ล่าช้าไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเร่งทำความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งโอซีโอจะช่วยให้ข้อมูลเราได้อย่างดียิ่ง" ไฟร์ลิชกล่าว
       
       ดาวเทียมโอซีโอ นับเป็นยานลำแรกของนาซา ที่อุทิศให้เพื่อการศึกษาคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ต้องพบกับความล้มเหลว
       
       ทว่าเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา องค์การสำรวจอวกาศญีปุ่น หรือ แจ็กซ่า (Japan Aerospace Exploration Agency : JAXA) ได้นำส่งดาวเทียมโกแซต (Greenhouse Gases Observing Satellite : GOSAT) เพื่อสำรวจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดวงแรกของโลก ออกสู่วงโคจรได้สำเร็จไปแล้ว โดยจรวดเอชทูเอ (H-2A) ที่สร้างขึ้นเอง
       
       ดาว เทียมโกแซต ต้องการให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจวัดความหนาแน่น ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซมีเทนที่ปกคลุมพื้นผิวโลก โดยขณะนี้ได้เก็บข้อมูลมากกว่า 56,000 แห่งจากทั่วโลก ซึ่งแจ็กซ่าเผยว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค.ของปีที่ผ่านมาโกแซตเก็บข้อมูลได้มากถึง 282 จุด
       

       อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นหวังว่าภารกิจครั้งนี้จะช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่รัฐบาลต่างๆ เพื่อเป็นแรงกดดันให้เข้าร่วมในพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ระหว่างปี 2551-2553 ในการลดการปลดปล่อยก๊าซก่อเรือนกระจก.

http://pics.manager.co.th/Images/552000002330502.JPEG

 

Add comment


Security code
Refresh

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Spacethai on Twitter

Follow me @Spacethai on Twitter

Sponsored Links

Spacethai.net Design by Phet
Technology Support by SiamWiMAX.Com

Custom Search